รีวิว My Name ซีรีส์สายฮาร์ด โหดเลือดสาด ไร้ความปราณี

วันนี้เราจะมารีวิว My Name ซีรีส์จาก Netflix ที่กำลังมาแรงในขณะนี้ให้ผู้อ่านที่น่ารักทุกคนได้อ่านกันค่ะ เผื่อใครที่กำลังจะตัดสินใจดูอาจตัดสินใจได้เมื่ออ่านรีวิวนี้จบและเมื่อดูจบอาจชอบแบบเราก็ได้ บอกก่อนว่าซีรีส์เรื่องนี้ไม่ยาวมาก มีเพียงแค่ 8 ตอนเท่านั้น แต่ 8 ตอนที่ว่าก็เป็น 8 ตอนที่เข้มข้นมากไม่เว้นช่วงให้ได้หายใจหายคอกันเลย หากจะให้เคาะคะแนน เราขอให้ที่ 9.5/10 ค่ะ

สิ่งที่ชอบในซีรีส์เรื่องนี้คือความสมจริง การแสดงอารมณ์และความรู้สึกของตัวละครนักแสดงก็สามารถเล่นออกมาได้อย่างละเอียดดีมาก ดูแล้วรับรู้ได้ถึงความตั้งใจของทีมงานทุกคน ถึงแม้จะมีที่มาที่ไปบางจุดที่ไม่สมเหตุสมผลนิด ๆ แต่ก็สามารถเข้าใจได้นะคะ อาจเพราะด้วยระยะการออกอากาศเพียง 8 ตอน บวกกับความหนัก ความเดือด และความเข้มข้นของเนื้อเรื่องนั้น ทำให้การผูกปมคลายปมต่าง ๆ ในเรื่องจึงถือว่าออกมาดีมากแล้ว

My Name ซีรีส์เรื่องนี้ได้ Han So Hee, Park Her Soon และ Ahn Bo-hyun แสดงนำความเห็นแรกที่เรามีหลังจากดูจบ บอกได้แค่ว่า ถ้าวันนี้ตัวเองไม่ตัดสินใจดูก็คงรู้สึกพลาดและเสียดายมาก เนื่องจากเป็นซีรีส์ที่มีครบทุกมิติ ดาร์ค ฮาร์ด เลือดสาด และบู๊แหลกแบบสะใจสุด ๆ ไม่มีอิดออดหรือต่อปากต่อคำให้มากความ ฆ่าเป็นฆ่า ตายเป็นตาย ตัวละครทุกตัวกลม ๆ มีเหตุผลของตัวเองทั้งสิ้น ทำให้ไม่สามารถตัดสินใครได้เลย อีกทั้งเรายังได้เห็นว่าความสัมพันธ์ของทุก ๆ ตัวละคร มีความเชื่อมโยง ห่วงใยกันอย่างแท้จริง เพียงแต่ด้วยภาระหน้าที่ ทำให้พวกเขาไม่สามารถหยุดเรื่องนี้ไว้กลางคันได้ จุดจบคือต้องมีใครสักคนตาย

เรื่องย่อ

My Name - รีวิว My Name ซีรีส์สายฮาร์ด โหดเลือดสาด ไร้ความปราณี

เรื่องราวเริ่มต้นจากเด็กสาวคนหนึ่งที่เพียงแค่อยากมีชีวิตธรรมดา ๆ ริมชายหาดอย่างมีความสุขกับพ่อ แต่แล้ววันหนึ่งพ่อของเธอก็ถูกฆ่าโดยบุคคลปริศนาที่ไม่สามารถตามหาตัวได้ เธอจึงไปขอความช่วยเหลือจาก ชเว มู จิน เพื่อนรักเพื่อนแท้ของพ่อ ผู้เป็นเจ้าพ่อมาเฟียหัวหน้าแก๊ง “ดงชอน” แก๊งค้ายาเสพติดที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลี เธอบอกกับเขาเป้าหมายของเธอคือการแก้แค้น และเธอต้องการเข้าร่วมกับเขา โดยขอให้เขาเป็นผู้ฝึกการต่อสู้ให้กับเธอ …ไฟแห่งความแค้นเริ่มลุกลาม ความสัมพันธ์สุดสับสนก็ได้เริ่มต้นขึ้นเช่นกัน เด็กสาวที่มีจุดเริ่มต้นจากความเสียใจ ความแค้น และความไม่ประสา พัฒนามาเป็นผู้ที่ใครก็ไม่สามารถหยุดเธอได้ ซึ่งเราจะได้เห็นพัฒนาการของตัวละครที่มีแต่ความน่าสนใจนี้ไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่ EP.1 จนถึง EP สุดท้าย

นักแสดง

My Name - รีวิว My Name ซีรีส์สายฮาร์ด โหดเลือดสาด ไร้ความปราณี

สิ่งที่ดูแล้วรู้สึกอิ่มใจกับซีรีส์เรื่องนี้มากคือการแคสต์นักแสดงค่ะ เพราะเค้าเลือกนักแสดงที่เหมาะสมกับแต่ละบทบาท แสดงออกมาคือดูแล้วรู้สึกเชื่อว่าพวกเขาคือตัวละครนั้น ๆ จริง ๆ และนักแสดงทุกคนทุ่มเทให้กับซีรีส์เรื่องนี้มาก พวกเขาต้องทำการบ้านกันอย่างหนักเกือบจะตลอดเวลา จึงทำให้ทุกมิติที่ถ่ายทอดออกมานั้นดูสมจริง ที่สำคัญ นักแสดงทุกคนเล่นละเอียดมาก เก็บทุกสีหน้า แววตา ท่าทาง เอาง่าย ๆ ว่า แค่มาดูนักแสดงก็คุ้มแล้ว

อีกทั้งฮันโซฮีนางเอกของเรื่องก็ทุ่มเทมาก แสดงออกมาได้แบบไม่ห่วงสวยเลย ทั้งฉากเจ็บตัว ฉากป่วย ฉากบาดเจ็บ ทุกอย่างออกมาอย่างสมจริงมาก อีกทั้งเธอยังลงทุนเพาะกล้ามเนื้อและเพิ่มน้ำหนัก 10 กิโลกรัมเพื่อรับบทนี้โดยเฉพาะ เห็นว่าได้รับบาดเจ็บและหมดสติระหว่างถ่ายทำด้วย ซึ่งดูจากความโหดของบทและเนื้อเรื่องก็ไม่แปลกใจ ขอคารวะให้แก่คุณนักแสดงฮันโซฮีเลยค่ะ

ฉาก องค์ประกอบศิลป์

My Name - รีวิว My Name ซีรีส์สายฮาร์ด โหดเลือดสาด ไร้ความปราณี

ต้องขอชื่นชมทีมงานทั้งหมดที่รังสรรค์ซีรีส์เรื่องนี้ออกมาได้อย่างสวยงาม ถึงแม้จะเป็นซีรีส์บู๊ แต่องค์ประกอบศิลป์ก็เป๊ะไปหมดทุกอย่าง ตั้งแต่ Pantone ไปจนถึงการจัดองค์ประกอบของฉาก ที่ให้ความรู้สึกสมจริง เหมือนมีผู้ใช้งานจริง แต่ก็ไม่รก มองแล้วรู้สึกว่าลงตัว สบายตา ราวกับว่าเค้าใส่ใจทุก ๆ ตารางนิ้วที่ปรากฎอยู่บนจอ

เพลงประกอบซีรีส์

เพลงประกอบของซีรีส์เรื่องนี้ถือได้ว่าทำออกมาดีมาก เข้ากันดีในกับทุกฉาก ซึ่งต้องขอชื่นชมทีมเพลงที่สามารถทำเพลงออกมาได้อย่างปลุกเร้าอารมณ์ชวนให้ฮึกเหิมได้ขนาดนี้ อย่างเราเป็นคนฟังเพลงไม่เยอะ ได้ยินครั้งแรกก็รู้สึกว่าเมโลดี้เก๋ บีทดึงดูดใจ ฟังแล้วชอบค่ะ นอกจากเพลงหลักที่เราได้ยินกัน ซีรีส์เรื่องนี้ยังมีเพลงประกอบอีกกว่า 20 เพลง !!

และถึงแม้ซีรีส์จะเป็นเรท 18+ มีฉากเซ็กส์ ฉากบู๊ ฉากฆ่า แต่ส่วนตัวดูแล้วก็ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นฉากที่ยัดเยียดเพื่อความสะใจ แต่ทุกฉากถูกออกแบบมาอย่างสวยงาม มีเหตุผล มีที่มาที่ไป ผู้ชมบางคนอาจจะงงว่าฉากนั้นฉากนี้จะใส่มาทำไม แต่ถ้าหากเราลองคิดตามในมุมของตัวละคร …เราอาจพบกับคำตอบนั้น

เราจะเห็นได้ว่านักแสดง ผู้กำกับ นักแสดงสมทบและทีมงาน ทุกคนตั้งใจกันมากเพื่อที่จะได้ซีรีส์ดี ๆ แบบนี้มาให้เราชม และแน่นอนว่าเรารับรู้ได้ถึงสิ่งนั้นผ่านคุณภาพของงาน เพราะเมื่อได้เริ่มดูก็จะหยุดไม่ได้อย่างที่คุณผู้กำกับว่าเอาไว้ในคลิปนี้

เดิมทีตั้งใจจะดูเพื่อฆ่าเวลา แต่ปรากฏว่าดีมากจนดูรวดเดียวจบ 8 ชั่วโมง !!

อ่านรีวิวภาพยนตร์และซีรีส์เรื่องอื่นๆ ใน Netflix ได้ที่นี่


ติดตามการรีวิว เทียบสเปค เช็คราคาถูกสุด เพิ่มเติมได้ที่
Facebook | YouTube | Line
แสดงความเห็น

      Leave a reply

      เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

      Privacy Preferences

      คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

      Allow All
      Manage Consent Preferences
      • Always Active

      Save
      The Review
      Logo
      Compare items
      • Total (0)
      Compare
      0