รีวิว The Conjuring : The Devil Made Me Do It จากเรื่องจริงสู่หนังผี เดินเรื่องดี แม้ไม่ใช่หนังผีในแบบที่เราคุ้นเคย

เข้า HBO Go เป็นที่เรียบร้อยสำหรับ The Conjuring : The Devil Made Me Do It หรือชื่อไทย เดอะ คอนเจอริ่ง คนเรียกผี 3 มัจจุราชบงการ หรือที่เรียกกันอย่างติดปากสั้น ๆ ง่าย ๆ ว่า The Conjuring 3 และอย่างที่ทราบกันว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ถูกสร้างมาจากเรื่องจริง (อ่าน : เปิดที่มาของเรื่องจริงใน The Conjuring : The Devil Made Me Do It คดีฆาตกรรมครั้งประวัติศาสตร์)

ต้องบอกก่อนว่า สำหรับแฟนหนังหรือคอหนังผีที่ต้องการมาดูความ Jump Scare โหดเลือดสาด น่าสยดสยอง นี่อาจไม่ใช่หนังผีในแบบที่คุณคาดหวัง เพราะในภาคนี้จะเน้นไปที่การเล่าเรื่องเกี่ยวกับความรักและความผูกพัน เราจะเห็นตัวละครแต่ละตัวมีบทบาทสำคัญในตำแหน่งของตัวเอง หนังต้องการที่จะสื่อว่าความรักทำให้คนเราสามารถเอาชนะได้ทุกสิ่ง และแก่นของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คือ “ความรัก”

ในภาคนี้เป็นการสร้างโดยอ้างอิงมาจากเหตุการณ์จริงจากแฟ้มบันทึกคดีเหนือธรรมชาติของ เอ็ดและลอร์เรน วอร์เรน โดยแฟ้มคดีนี้มีชื่อว่า “Devil Made Me Do It Case” เรื่องราวเกิดขึ้นที่อะพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในรัฐคอนเนตทิคัต สหรัฐอเมริกา ปี ค.ศ. 1981 โดยมีคดีฆาตรกรรมเจ้าของอะพาร์ตเมนต์อย่างน่าสยดสยอง ผู้ก่อเหตุมีชื่อว่า “อาร์นนี่ จอห์นสัน” หรือ “Arne Cheyenne Johnson” โดยขณะที่ถูกจับกุม อาร์นนี่ยืนยันว่าเขาเองไม่ได้เป็นผู้ลงมือกระทำ แต่ผู้ก่อเหตุที่แท้จริงนั้นคือปีศาจที่เข้าควบคุมจิตใจของเขา ทำให้เขาไม่เป็นตัวของตัวเอง ไม่สามารถบังคับตนเองได้ และทำให้เขาก่อเหตุฆาตรกรรมอันน่าสลดใจนี้ขึ้น ความน่าสนใจของเรื่องนี้คือไม่ได้มีแต่เส้นเรื่องเดียว แต่ยังมีการเชื่อมโยงไปถึงคดีอื่น ๆ ที่ใกล้เคียงกัน (แต่ทั้งหมดถูกกระทำจากสิ่งเดียวกัน) ตั้งแต่ต้นจนจบ

รีวิว The Conjuring : The Devil Made Me Do It - รีวิว The Conjuring : The Devil Made Me Do It จากเรื่องจริงสู่หนังผี เดินเรื่องดี แม้ไม่ใช่หนังผีในแบบที่เราคุ้นเคย
The Conjuring 3 : The Devil Made Me Do It ขอขอบคุณภาพจาก Instagram : theconjuring3movies

เริ่มเรื่องโดย เด็กชายตัวน้อย “เดวิด แกลตเซล” (David Glatzel) ได้ถูกปีศาจร้ายเข้าสิงและทรมาน หลังจากนั้น “อาร์นนี่ จอห์นสัน” (Arne Cheyenne Johnson) ผู้ซึ่งเป็นพี่เขยของเดวิดจึงได้เอ่ยปากขอให้ปีศาจนำวิญญาณของตนไปแทนวิญญานของเดวิด เขาหวังเพียงเพื่อให้เหตุการณ์ตรงหน้านี้จบลง ทว่าหลังจากนั้น แทนที่เหตุการณ์จะสงบลง กลับทำให้เขาต้องกลายมาเป็นผู้รับเคราะห์ และเกิดเป็นคดีใหม่ขึ้น ซึ่งนั่นก็คือคดีฆาตกรรมของอาร์นนี่เอง และเส้นเรื่องยังมีการเชื่อมโยงต่อไปยังคดีที่คล้ายกันอีกคดีหนึ่ง ซึ่งเป็นคดีฆาตกรรมเด็กสาวคนหนึ่ง โดยมีเด็กสาวสองคนหายตัวเข้าไปในป่าอย่างลึกลับ เด็กสาวคนหนึ่งถูกพบเป็นศพนอนเสียชีวิตอยู่กลางป่า สภาพศพถูกแทงไม่ต่ำกว่า 20 แผล ส่วนเด็กสาวอีกคนที่คาดว่าเป็นผู้ก่อเหตุได้หายตัวไป ตำรวจยังไม่สามารถหาตัวคนร้ายได้

รีวิว The Conjuring : The Devil Made Me Do It - รีวิว The Conjuring : The Devil Made Me Do It จากเรื่องจริงสู่หนังผี เดินเรื่องดี แม้ไม่ใช่หนังผีในแบบที่เราคุ้นเคย
Arne Cheyenne Johnson in The Conjuring : The Devil Made Me Do It ขอขอบคุณภาพจาก : Thaiger

ทั้งสามคดีนี้มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ ผู้ที่ถูกเข้าสิงล้วนเคยได้สัมผัสกับ “สิ่งหนึ่ง” ที่ถูกใครบางคนตั้งใจทำมันขึ้นมา จึงตกเป็นหน้าที่ของเอ็ด และลอร์เรน วอร์เรน คู่สามีภรรยานักปีศาจวิทยา ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเหนือธรรมชาติ ต้องใช้สัมผัสพิเศษในการติดต่อและออกตามล่าว่า “อะไร” เป็นผู้อยู่เบื้องหลังสิ่งที่ทำให้เกิดเหตุการณ์สุดสยองนี้ และ “ใคร” เป็นผู้อัญเชิญปีศาจร้ายตนนี้มา

ในแฟ้มบันทึกคดีของ เอ็ดและลอร์เรน วอร์เรน กล่าวว่า คดีนี้ถือเป็นคดีที่ทำให้พวกเขาเสียขวัญมากที่สุด

รีวิว The Conjuring : The Devil Made Me Do It - รีวิว The Conjuring : The Devil Made Me Do It จากเรื่องจริงสู่หนังผี เดินเรื่องดี แม้ไม่ใช่หนังผีในแบบที่เราคุ้นเคย
David Johnson in The Conjuring : The Devil Made Me Do It

สิ่งที่ทำให้เราชอบมากในภาคนี้ คือการที่ตัวหนังมีการออกแบบฉาก แสง สี ออกมาได้อย่างสวยงามและแปลกตากว่า The Conjuring ทั้งสองภาคที่ผ่านมา แต่ละฉากถูกจัดองค์ประกอบอย่างใส่ใจ มีการพัฒนาลักษณะและรูปลักษณ์ของผีที่ดูน่ากลัวเหมือนได้มองผีจริง ๆ ศพก็ถูกจัดแต่งออกมาได้น่าขนหัวลุกและดูสมจริงสุด ๆ ส่วนตัวคงบอกไม่ได้ว่าเหมือนศพจริง ๆ 100% หรือไม่ เพราะส่วนตัวก็ไม่เคยเห็น แต่คาดเดาว่าทีมงานที่เกี่ยวข้องคงมีการ Research มาแล้ว รวมถึงอาจมีการปรับแต่งให้มีความน่าดูมากขึ้นตามแบบฉบับของอุตสาหกรรมภาพยนตร์

หนังไม่ได้เพียงแต่เน้นผีและศพที่สมจริงเพื่อความขนหัวลุกเพียงเท่านั้น แต่ในขณะเดียวกัน แต่ละฉากเราจะยังเห็นได้ถึงความสวยงามในแง่ของการใช้องค์ประกอบศิลป์ของสีและศิลปะเข้าร่วมด้วย รวมถึงการดีไซน์ท่าทางประหลาด ๆ ออกมาได้ดี น่ากลัว น่าจดจำ บางท่าก็ดูแปลกตาน่าสนใจ ถ้ามองดี ๆ จะเห็นว่าเขาดีไซน์แม้กระทั่งท่าเดินของตัวร้ายในเรื่อง ที่แม้จะมาเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ก็ทำให้ถูกสะกดและจดจำด้วยท่าเดินพิลึก ๆ อีกทั้งยังได้เห็นถึงความละเอียดของการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้เอามาก ๆ

ส่วนตัวที่เราชอบภาคนี้เพราะรู้สึกว่าเนื้อเรื่องของภาคนี้ดีกว่าทั้งสองภาคที่ผ่านมา มีการใส่ประเด็นการสืบสวนสอบสวนเข้ามา และการที่ไม่ได้มีแค่เส้นเรื่องเดียวนี้ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้สนุก คิดตามได้หลายชั้นมากขึ้น เดาที่มาที่ไปไม่ค่อยถูก ส่วนการตัดต่อและการออกแบบ CG ในภาคนี้ดูดีขึ้นมาก มีความสมจริงมากขึ้น รวมถึงมีการผสมผสานความแฟนตาซีเข้ามานิด ๆ ซึ่งถือว่าเป็นมิติใหม่ที่น่าสนใจของจักรวาล Conjuring

รีวิว The Conjuring : The Devil Made Me Do It - รีวิว The Conjuring : The Devil Made Me Do It จากเรื่องจริงสู่หนังผี เดินเรื่องดี แม้ไม่ใช่หนังผีในแบบที่เราคุ้นเคย
Megan Ashley Brown และ Mitchell Hoog ในบทเอ็ด และลอร์เรน วอร์เรน ใน The Conjuring : The Devil Made Me Do It

อีกหนึ่งความน่ารักและความอบอุ่นของภาพยนตร์เรื่องนี้ ก็คงหนีไม่พ้นฉากย้อนวัยไปพบรักของเอ็ดและลอร์เรน วอร์เรน ที่ทำออกมาได้อบอุ่นหัวใจจนแทบลืมไปชั่วขณะว่าเรากำลังดูหนังผีอยู่

ในบทเอ็ดและลอร์เรน วอร์เรนในวัยเยาว์นี้ ได้นักแสดงหน้าตาดีอย่าง Megan Ashley Brown รับบทเป็นลอร์เรน วอร์เรน และ Mitchell Hoog รับบทเป็นเอ็ด วอร์เรน

สำหรับใครที่ต้องการรับชม The Conjuring : The Devil Made Me Do It สามารถเข้าชมได้แล้วตอนนี้ที่ HBO Go

แสดงความเห็น

      Leave a reply

      เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

      Privacy Preferences

      คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

      Allow All
      Manage Consent Preferences
      • Always Active

      Save
      The Review
      Logo
      Compare items
      • Total (0)
      Compare
      0