รีวิว ASUS ROG Phone 3 เกิดมาเพื่อเกมเมอร์


ASUS ROG Phone 3 เป็นมือถือที่เกิดมาเพื่อชาวเกมเมอร์โดยเฉพาะ ใช้แนวคิดในการออกแบบทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในแบบ PC Gamer แล้วถ่ายทอดลงในมือถือ ผมมั่นใจว่าอ่านจบแล้วเหล่าเกมเมอร์จะต้องอยากได้ ASUS ROG Phone 3 มาไว้ครอบครองอย่างแน่นอน

Unbox

ก่อนจะมาดูตัวเครื่อง เราเริ่มกันที่กล่องดีไซน์พิเศษทรงปริซึมฐานสามเหลี่ยม เมื่อเปิดกล่องออกมาจะเจอตัวเครื่องวางอยู่ พร้อมอุปกรณ์อื่นๆ ที่ซ่อนอยู่ด้านล่าง ดังนี้

  • ตัวเครื่อง
  • พัดลม AeroActive Cooler 3
  • จุกยางสำรอง
  • เข็มจิ้มซิม
  • หัวชาร์จ 30W
  • สายชาร์จ
  • เคส
  • Dongle แปลงหูฟัง
  • สติ๊กเกอร์
ASUS ROG Phone 3

เข็มจิ้มซิมดีไซน์พิเศษ สวยงามมากๆ

ASUS ROG Phone 3 - รีวิว ASUS ROG Phone 3 เกิดมาเพื่อเกมเมอร์

เคสที่แถมมาเป็นเคสแข็งดีไซน์พิเศษที่ช่วยเปิดเผยดีไซน์ต่างๆ ของตัวเครื่อง พร้อมถนอมเครื่องไปในตัว

ASUS ROG Phone 3 - รีวิว ASUS ROG Phone 3 เกิดมาเพื่อเกมเมอร์

สำหรับสายชาร์จที่แถมมาเป็นสายถักด้วย

ดีไซน์

ดีไซน์ของ ASUS ROG Phone 3 ยังคงเอกลักษณ์การดีไซน์ของรุ่นก่อนๆ ไว้ แต่ออกแบบให้เรียบง่ายยิ่งกว่าเดิม ฝาหลังลดความซับซ้อนให้เป็นกระจกแผ่นเดียว แต่เล่นกับเส้นสายของที่เหลือบเป็นสายรุ้ง

ASUS ROG Phone 3 - รีวิว ASUS ROG Phone 3 เกิดมาเพื่อเกมเมอร์

ตรงกลางฝาหลังเป็นที่อยู่ของไฟ RGB สัญลักษณ์ ROG ที่เป็นจุดเด่นของรุ่นนี้

ASUS ROG Phone 3 - รีวิว ASUS ROG Phone 3 เกิดมาเพื่อเกมเมอร์

บริเวณระบายความร้อนด้านหลัง AERODYNAMIC SYSTEM ถูกปิดทับด้วยกระจกฝาหลังทั้งหมด โดยบริเวณนั้นทำเป็นกระจกใสมองเข้าไปเห็นดีไซน์ใต้ฝาหลังได้ ส่วนรูระบายความร้อนด้านหลังก็ถูกลดขนาดให้เล็กลง

ASUS ROG Phone 3 - รีวิว ASUS ROG Phone 3 เกิดมาเพื่อเกมเมอร์

ฝั่งขวาของตัวเครื่องจะเป็นที่อยู่ของปุ่ม Power และปุ่มเพิ่มลดเสียง และที่ขอบทั้งสองข้างที่มีสัญลักษณ์สลักอยู่เป็นที่อยู่ของ Air-Trigger

ASUS ROG Phone 3 - รีวิว ASUS ROG Phone 3 เกิดมาเพื่อเกมเมอร์

ฝั่งซ้ายเป็นที่อยู่ของถาดใส่ซิม รองรับซิมคู่ และช่องชาร์จช่องที่สอง สามารถเสียบสาย USB-C เข้าไปตรงๆ ในช่องสีดำได้เลย และเป็นพอร์ตสำหรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมต่างๆ ของตัวเครื่องได้ด้วย ตรงนี้ตามปกติจะมีจุกยางปิดอยู่กันจุกเข้า แต่หากใช้งานบ่อยสามารถถอดออกได้

ASUS ROG Phone 3 - รีวิว ASUS ROG Phone 3 เกิดมาเพื่อเกมเมอร์

ด้านล่างเป็นที่อยู่ของไมโครโฟนและช่องชาร์จไฟ USB-C

ASUS ROG Phone 3 - รีวิว ASUS ROG Phone 3 เกิดมาเพื่อเกมเมอร์

สัมผัสแรกต้องบอกว่าเครื่องนี้ “หนักมาก” เมื่อเทียบกับมือถือทั่วๆ ไป โดยมีน้ำหนักถึง 240 กรัม

หน้าจอ

หน้าจอของ ASUS ROG Phone 3 เป็นหน้าจอ Super AMOLED ขนาด 6.59 นิ้ว ความละเอียด Full HD+ แต่มีรีเฟรชเรทสูงถึง 144 Hz ซึ่งสูงที่สุดในโลกของมือถือ และเทียบชั้นกับ Gaming monitor ในปัจจุบันได้เลย ซึ่งรีเฟรชเรทสูงจะทำให้การเคลื่อนไหวเป็นไปอย่างลื่นไหลสวยงาม ไม่พลาดการเคลื่อนไหวแม้เพียงเล็กน้อยของศัตรู

ASUS ROG Phone 3 - รีวิว ASUS ROG Phone 3 เกิดมาเพื่อเกมเมอร์

ด้วยการที่เป็นจอ AMOLED จึงสามารถตั้ง Always on Display ได้ด้วย ซึ่ง ASUS ออกแบบมาได้สวยมากๆ

ASUS ROG Phone 3 - รีวิว ASUS ROG Phone 3 เกิดมาเพื่อเกมเมอร์

อีกสิ่งที่สำคัญต่อการเล่นเกมคือการตอบสนองต่อการทัชสกรีน ซึ่งตัวนี้ให้ Touch sampling มาถึง 270 Hz มี Touch latency เพียง 25 ms. และ Slide latency เพียง 18 ms เวลาทัชก็จะลื่นติดนิ้ว ไม่มีพลาด

ASUS ROG Phone 3 - รีวิว ASUS ROG Phone 3 เกิดมาเพื่อเกมเมอร์

และด้วยการเป็นมือถือเพื่อเล่นเกม เลยเลือกใช้หน้าจอเต็มที่ไม่มีติ่งหรือการเจาะรูใดๆ มาบดบังสายตา แถมมีไฟ LED สำหรับแจ้งเตือนด้วย

มาดูที่ซอฟตแวร์ ตัวนี้ ASUS ได้ใส่ซอฟต์แวร์ Splendid สำหรับตั้งค่าสีมาให้ด้วย โดยสามารถตั้งตามโปรไฟล์ที่ให้มาหรือจะตั้งเองก็ได้ โดยสามารถตั้งอุณหภูมิและค่าความอิ่มตัวของสีได้

เสียง

ASUS ROG Phone 3 มาพร้อมลำโพงคู่ด้านหน้า ให้เสียงแบบสเตอริโอ ซึ่งข้อดีของลำโพงแบบนี้คือเวลาเล่นเกมแล้วไม่ต้องกลัวนิ้วมือไปอุดรูลำโพง

ASUS ROG Phone 3 - รีวิว ASUS ROG Phone 3 เกิดมาเพื่อเกมเมอร์

แน่นอนว่ามาพร้อมซอฟต์แวร์ปรับแต่งเสียง Audio Wizard แถมมีเทคโนโลยีอย่าง Dolby Atmos และ DIRAC ด้วย ซึ่งเสียงลำโพงของ ASUS ROG Phone 3 ดีจริงๆ แยกมิติซ้ายขวาชัดเจน แต่น่าเสียดายที่ไม่มีช่องหูฟัง 3.5 มม. มาให้แล้ว ถ้าจะใช้หูฟังต้องใช้หัวแปลงที่แถมมาในกล่อง หรือติดชุดพัดลม Active Cooling

การเชื่อมต่อ

ด้วยชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 865 ทำให้เจ้า ASUS ROG Phone 3 มาพร้อมการเชื่อมต่อไร้สายเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ไม่ว่าจะเป็น Wi-Fi 6 และ Bluetooth 5.1

การเชื่อมต่อ Wi-Fi สามารถเชื่อมต่อแบบ Dual-band Wi-Fi คือเชื่อมต่อเครือข่าย 5GHz และ 2.4GHz พร้อมๆ กันได้เลย เพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการใช้งานและเพิ่มแบนด์วิดท์

อีกฟีเจอร์คือ Hotspot สามารถปล่อยเป็น Wi-Fi 6 ได้ด้วย เหมาะสำหรับยุค 5G ที่อินเทอร์เน็ตมือถือสามารถทำความเร็วสูงได้

สำหรับซิมการ์ด รองรับการใช้งาน 2 ซิมแบบ 4G+5G

ประสิทธิภาพเพื่อการเล่นเกม

เรามาเข้าสู่ใจความสำคัญของ ASUS ROG Phone 3 กันดีกว่า นั่นก็คือการเล่นเกมนั่นเอง มาดูสเปคคร่าวๆ กันก่อนครับ

  • ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 865
  • แรม 12 GB LPDDR5
  • พื้นที่เก็บข้อมูล 512GB UFS3.1

และส่วนที่เหนือกว่าสเปคคือการพัฒนาซอฟต์แวร์และระบบระบายความร้อน ที่ ASUS เน้นให้เครื่องยังสามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพแม้ใช้งานเป็นเวลานาน ไม่เกิดประสิทธิภาพตกเพราะความร้อนสะสม

แถมยังมีเจ้าพัดลม Active Cooling มาติดเพิ่มเพื่อช่วยในการระบายความร้อนได้ด้วย

ASUS ROG Phone 3 - รีวิว ASUS ROG Phone 3 เกิดมาเพื่อเกมเมอร์

ไม่ใช่แค่นั้น เจ้าพัดลมตัวนี้ยังทำตัวเป็นขาตั้งได้ด้วยนะ ในกรณีที่เราใช้จอยเล่นเกม หรือเปิดหนังดู ตัวนี้คือสะดวกมากๆ

ASUS ROG Phone 3 - รีวิว ASUS ROG Phone 3 เกิดมาเพื่อเกมเมอร์

สำหรับฝั่งซอฟต์แวร์ ASUS ได้ทำการใส่ X-mode เข้ามา ซึ่งเป็นโหมดที่เร่งประสิทธิภาพเครื่องเพื่อการเล่นเกมโดยเฉพาะ โดยเข้าได้จากไอคอนบนหน้าจอ พอกดปุ๊บ วอลล์เปเปอร์ก็จะเปลี่ยนเป็นสีแดงเพื่อความแรงทันที

ASUS ROG Phone 3 - รีวิว ASUS ROG Phone 3 เกิดมาเพื่อเกมเมอร์

เมื่อเข้ามาจะเจอหน้าที่แสดงรายละเอียดต่างๆ ของเครื่องอย่างละเอียด ทั้งการใช้งานซีพียู, จีพียู อุณหภูมิของเครื่องที่จุดต่างๆ พื้นที่ที่เหลือ จนถึงปริมาณแบตเตอรี่ที่เหลือ

ASUS ROG Phone 3 - รีวิว ASUS ROG Phone 3 เกิดมาเพื่อเกมเมอร์

ในหน้านี้เราสามารถตั้งค่าแสงไฟ RGB ที่โลโก้ด้านหลังได้ด้วยว่าจะให้แสดงผลแบบไหน (เปิดค้าง, กะพริบ, Breathing, ไล่สี)

ASUS ROG Phone 3 - รีวิว ASUS ROG Phone 3 เกิดมาเพื่อเกมเมอร์

อีกตัวที่น่าสนใจคือ Game Genie เป็นซอฟต์แวร์เสริมในการเล่นเกม เปิดได้โดยลากนิ้วจากขอบจอเวลาเปิดเกม ซึ่งตรงนี้จะมีฟีเจอร์เด็ดๆ สำหรับเกมเมอร์เพียบ ตั้งแต่ฟีเจอร์พื้นฐานอย่างปิดการแจ้งเตือน เร่งความเร็วเครื่อง ล็อกแสงหน้าจอ ฟีเจอร์เด่นๆ อีกตัวคือ Data Only ที่ปิดการโทรเข้าไปเลย ไม่ใช่แค่ไม่แจ้งเตือน

ASUS ROG Phone 3 - รีวิว ASUS ROG Phone 3 เกิดมาเพื่อเกมเมอร์

อีกฟีเจอร์ที่หาในยี่ห้ออื่นยากมากๆ คือ real-time info ที่จะแสดงรายละเอียดของเครื่องแบบ Overlay บนหน้าจอให้ดูข้อมูลได้ตลอดเวลา

ASUS ROG Phone 3 - รีวิว ASUS ROG Phone 3 เกิดมาเพื่อเกมเมอร์

สามารถเปิดศูนย์เล็งหรือ Cross-hair ไว้บนหน้าจอ เหมาะสำหรับคนที่เล่นเกม FPS สามารถใช้ศูนย์เล็งตัวนี้แทนการกดเล็งในเกมได้ ทำให้ไม่ต้องกดเล็งทุกครั้งที่ยิง สามารถตั้ง macro ปุ่มได้ด้วย

และฟีเจอร์เด็ดที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ Air-Trigger ที่อยู่ตรงขอบเครื่อง ทำงานเหมือนปุ่ม L และ R บนจอยนั่นเอง ที่สำคัญคือสามารถวางพักนิ้วได้ เหมือนวางนิ้วบนปุ่มเวลาใช้จอยจริงๆ ไม่ต้องยกนิ้วลอยตลอดเวลา การสั่งงานไม่ใช่แค่กดเท่านั้น การสไลด์นิ้วหรือ swipe ก็ใช้ได้ แล้วแต่ความถนัดของคนเลย และแต่ละข้างเราสามารถแตกเป็น 2 ปุ่มได้ด้วย เท่ากับว่าเรามี Air-Trigger ทั้งหมด 4 ปุ่มเลยทีเดียว

ASUS ROG Phone 3 - รีวิว ASUS ROG Phone 3 เกิดมาเพื่อเกมเมอร์

แล้วยังมีฟีเจอร์อย่างการเขย่าเครื่องแทนการทัชเพิ่มเข้ามาอีก เช่น ตั้งให้การเขย่าเครื่องเป็นการรีโหลดกระสุน อะไรแบบนี้

Scenario Profile

อีกฟีเจอร์เพื่อการเล่นเกม โดยตัวนี้สามารถตั้งค่าประสิทธิภาพเครื่องสำหรับแต่ละเกมแยกได้เลย ไม่ว่าจะเป็นความไวในการทัชสกรีน ปรับกราฟิก รีเฟรชเรท จนถึง Overclock เครื่องได้

กล้อง

สำหรับมือถือเล่นเกมมักจะไม่เน้นด้านกล้องมากนัก แต่ถือว่า ASUS เองก็ไม่ได้ทอดทิ้งแต่อย่างใด ใส่กล้องมาให้ถึง 3 ตัว ประกอบด้วย

  • 64 MP, f/1.8, 26mm (wide), 1/1.72″, 0.8µm, PDAF
  • 13 MP, f/2.4, 125˚, 11mm (ultrawide)
  • 5 MP, f/2.0, (macro)

ด้านฟีเจอร์ต่างๆ ก็ใส่มาแบบไม่น้อยหน้า มีทั้งระบบ AI ที่ตรวจจับ Scene และปรับตั้งค่ากล้องให้เหมาะสมโดยอัตโนมัติ มีโหมด Portrait สำหรับถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอ Night mode สำหรับถ่ายรูปในที่แสงน้อย มีโหมดโปรทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ ส่วนกล้องหน้า สามารถถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอได้ด้วย

ASUS ROG Phone 3 - รีวิว ASUS ROG Phone 3 เกิดมาเพื่อเกมเมอร์

ไมโครโฟน

ไมโครโฟนเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการเล่นเกม โดยเฉพาะเกมยุคปัจจุบันที่เน้น Multiplayer และต้องติดต่อสื่อสารกับผู้เล่นอื่น ซึ่ง ASUS ROG Phone 3 ให้ไมโครโฟนมาถึง 4 ตัว ซึ่งจากการใช้งาน คนที่เล่นด้วยต่างบอกว่าเสียงชัดมาก

แบตเตอรี่

สำหรับแบตเตอรี่ มาพร้อมกับความจุ 6,000 mAh ชาร์จเร็ว 30 วัตต์ให้มาพร้อมในกล่องเลย

ประสบการณ์ใช้งานจริง

ต้องบอกว่าตัวผมเองชอบ ASUS ROG Phone มาตั้งแต่รุ่นแรกแล้ว และมาในรุ่นที่ 3 ยังคงคอนเซ็ปต์ที่สุดของการเล่นเกมไว้เหมือนเดิม มั่นใจได้ว่าซื้อรุ่นนี้ไปแล้วเล่นเกมได้ทุกเกม ลื่นๆ อย่างแน่นอน ส่วนที่ปรับปรุงเพิ่มเติมเข้ามาก็ไม่ธรรมดา ทั้ง Air-Trigger ที่แตกเป็น 2 ปุ่มด้วย และพัดลม Active AirCooler 3 ที่มีขาตั้งในตัวเป็นสิ่งที่อยากได้มานานแล้วครับ และอีกสิ่งหนึ่งที่ทึ่งมากๆ คือกล้องหลังที่แม้จะเป็นมือถือเกมมิ่งแต่ก็จัดฟีเจอร์กล้องมาให้แบบครบถ้วนแบบไม่ขี้เหร่เลย

อุปกรณ์เสริม

มาดูอุปกรณ์เสริมสำหรับ ASUS ROG Phone 3 กันครับ

TwinView Dock 3

ตัวนี้เป็นหน้าจอที่ 2 แต่ไม่ต้องกลัวว่าจอจะไม่สวย เพราะสเปคหน้าจอนั้นเหมือนหน้าจอหลักแบบเป๊ะๆ ทำให้สามารถใช้งาน 2 หน้าจอได้ โดยอาจจะเอาไว้เปิดดู Walk-through ต่างๆ ระหว่างเล่น และถ้าใช้งานกับเกมที่รองรับละก็จะใช้งานได้ทั้ง 2 หน้าจอเลย อย่างเช่น Asphalt 9 จะใช้หน้าจอที่ 2 เป็นหน้าแสดงแผนที่ให้

ROG Clip

เป็นอแดปเตอร์สำหรับหนีบจอยคอนโทรลเลอร์เข้ากับมือถือเพื่อไว้ใช้ควบคุมเกม รองรับทั้งจอ XBOX, PS4 รวมถึงจอย Google Stadia ด้วย


LIGHTING ARMOR CASE

เป็นเคสมือถือที่เพิ่มเอฟเฟกต์เป็นแสงไฟโลโก้ ROG ที่ด้านหลังเครื่อง โดยแสงไฟจะซิงค์ตามไฟ RGB ที่ฝาหลังด้วย

ฟิล์มกระจก

มือถือถ้าไม่ใช่รุ่นยอดนิยมในตลาดมักจะหาฟิล์มกระจกคุณภาพดีใช้ยาก ทาง ASUS เลยมีฟิล์มกระจกแบบ Official ให้เลือกใช้ด้วย มั่นใจได้เรื่องคุณภาพ ทัชลื่น เว้นช่องเซ็นเซอร์ต่างๆ ไว้อย่างครบถ้วน

ASUS ROG Phone 3 - รีวิว ASUS ROG Phone 3 เกิดมาเพื่อเกมเมอร์

Leave a Comment