#Alive 2020 ระทึก สนุก จนต้องรีบลุกมาเขียนวิเคราะห์ !! (ระวังอาจมีสปอยล์) EP.1


วันนี้พลอยอยากจะมาแนะนำ #Alive (2020) ซีรีส์ซอมบี้ที่อำนวยการสร้างโดย Nexflix ซึ่งเป็นซีรีส์ที่สนุกจนพลอยต้องรีบลุกมาเขียนรีวิว และอยากจะมาแนะนำให้ทุกคนได้ดูและติดตามต่อๆไปด้วยกันค่ะ

โดยรวมซีรีส์เรื่องนี้มีความสนุก (มาก) เกลี่ยบทออกมาได้ดี องค์ประกอบดี ภาพสวย ที่สำคัญคือจังหวะดีมาก ทำให้ลุ้นตามได้โดยไม่ต้องดึงจนน่ารำคาญ สมกับเป็นหนังที่ผลิตในปี 2020 จนทำให้คนที่ไม่ชอบดูหนังซอมบี้อย่างพลอยถึงกับนั่งใจจดใจจ่อ แทบหยุดหายใจในแต่ละนาทีได้เลย แต่อาจต้องตั้งใจดู และต้องคิดตามให้ทัน หากคิดตามไม่ทันอาจจะทำให้งงได้บ้างค่ะ

ภาพรวม

เป็นซีรีส์มีความเกริ่นนำได้ดีชวนติดตาม ตัวเนื้อเรื่องสามารถเล่าพล็อตเดิมๆ ออกมาได้ดีและน่าสนใจ มีที่มาที่ไป ชวนให้อยากรู้อยากติดตามต่อ ว่าเชื้อไวรัสซอมบี้ที่กลายพันธุ์ออกมานั้นมีที่มาจากอะไร โดยแต่แรกเลยเค้าจะมีใบ้ให้ในภาพ Animation ประกอบ Intro Sound Track อธิบายที่มาที่ไปของเชื้อไวรัสซอมบี้ที่ทำให้คนกลายพันธุ์เอาไว้ได้อย่างแปลกตา น่าขนลุก เล่นกับความรู้สึกคนได้ดี ภาพสวยงามและเนื้อเรื่องน่าสนใจ กระตุ้นความอยากรู้มากขึ้นไปอีก และอยากให้หนังเฉลยปมที่มานี้ไวๆ

เนื้อเรื่องมีความค่อยๆ บีบคั้นและกดดันมากขึ้นเรื่อยๆ จาก 1 ไป 2…3…4… ไปจนถึง 10 และด้วยความที่หนังมันไล่ระดับความหลอนและความกดดันไปเรื่อยๆ นี่แหละ เลยทำให้คนดูรู้สึกเหมือนได้เข้าไปอยู่ในเหตุการณ์ด้วยจริงๆ และตัวบทสื่อออกมาได้อินจริงๆว่าการที่เราต้องเอาตัวรอด ต้องอยู่คนเดียว หรืออยู่ในภาวะที่ต้องกักตัวในพื้นที่จำกัดนั้นสามารถทำให้คนเรารู้สึกอึดอัด หวาดกลัว เครียดและกดดันจนแทบเป็นบ้าได้เลยจริงๆ นะ ซึ่งหนังขยี้ปมตรงนี้ออกมาดีมาก

โดยรวมถือว่าดำเนินเรื่องไวนะคะ แต่ก็เก็บรายละเอียดได้ดีและครบถ้วนเลย ไม่งงด้วย และต้องยอมรับจริงๆว่าตัวหนังมันระทึกมากจนแทบไม่มีช่วงที่ใจไม่เต้นตึกๆ เลย ยิ่งตอนหนีซอมบี้นะ…ต้องเผลอกลั้นหายใจตามทุกที

ภาพสวย Pantone สวย การจัดวางองค์ประกอบดีมาก มีการใช้ Symbolic ในการแทนความหมายต่างๆ ให้เราได้คิด เช่น ต้นไม้ หรือของที่เคยธรรมดา ตกยุค และถูกมองข้าม แต่ในวันนี้มันกลับกลายเป็นสิ่งสำคัญ รวมถึงการกล้าที่จะตัดสินใจทำในสิ่งที่ตัวเองไม่คิดว่าจะกล้าทำ เป็นต้น

#Alive - #Alive 2020 ระทึก สนุก จนต้องรีบลุกมาเขียนวิเคราะห์ !! (ระวังอาจมีสปอยล์) EP.1

Sound ประกอบ

#Alive - #Alive 2020 ระทึก สนุก จนต้องรีบลุกมาเขียนวิเคราะห์ !! (ระวังอาจมีสปอยล์) EP.1

ส่วนใหญ่จะเป็น Sound แบบ Electronic สมัยใหม่ ประกอบได้เข้ากับตัวหนัง จังหวะในการใส่เข้ามาในแต่ละฉากดี ดูไม่โดด ดูไม่ยัดเยียดเข้ามา ตัวหนังไม่ค่อยมีเพลงคลอประกอบแบบซีรีส์ทั่วไป อาจเพราะต้องการให้บรรยากาศดู “เงียบ” และ “อิน” มากยิ่งขึ้น ราวกับว่าไม่ต้องการให้ซอมบี้ที่ตอนนี้ประสาทสัมผัสดีกว่าปกติเดินมาได้ยินยังไงยังงั้น

ซอมบี้

เหมือนหนังจะวางบทให้ซอมบี้ดูมีที่มาที่ไป (จากการติดเชื้อไวรัส) แต่ด้วยความที่หนังเพิ่งฉายวันแรก จึงยังไม่ได้เฉลยหรือเปิดเผยอะไรมาก

ส่วนตัวพลอยมองว่าตัวหนังมีความครีเอทพฤติกรรมของซอมบี้ออกมาได้ค่อนข้างร่วมสมัย สีสันในการแต่งซอมบี้เน้นสีสด มีการสร้างให้ซอมบี้มีอาชีพ (หมายถึงอาชีพตอนยังเป็นมนุษย์) ยังมีความคุ้นเคย มีประสาทสัมผัส และการกระทำเหมือนตอนยังเป็นมนุษย์อยู่ ทั้งยังมีพฤติกรรมชอบใช้กำลัง ส่งเสียงโวยวาย และกินเนื้อมนุษย์อีกด้วย

การแต่งกายและการใช้สีสันทำได้ดีมาก CG เนียน ไม่หลอกตา ต้องขอชื่นชมนักแสดงที่รับบทเป็นซอมบี้แทบทุกคนเลยว่าเล่นออกมาได้เข้าถึงบทบาทมาก เหมือนไม่มีสติและวิญญาณอยู่จริงๆ เล่นดีจนอยากคว้าไม้กอล์ฟไปทุบหลังเหมือนที่พระเอกทำเลย

ตัวบทมีการใส่ Keyword เข้ามาระหว่างคำว่า มนุษย์ และ ไม่ใช่มนุษย์ ให้เราได้ถกเถียงกับคนข้างๆ อีกด้วย ว่าตกลงแล้ว ซอมบี้ยังคงถือว่าเป็น ‘มนุษย์’ อยู่หรือไม่

การเอาตัวรอด

ตัวหนังถ่ายทอดการเอาตัวรอดของมนุษย์ออกมาได้อินมากจริงๆ อย่างช่วงวันแรกๆ มันจะเป็นความงง ชิว ยังไม่คิดอะไรมาก เพราะเรายังไม่รู้ถึงผลลัพธ์และความรุนแรงที่จะตามมา ต่อมาจะเริ่มตามด้วยความเครียด กดดัน อ้างว้าง ดิ่งจนถึงขีดสุด และต้องเริ่มเอาตัวเองให้รอด โดยตัวบทเหมือนจะอิงจากชีวิตจริงมาเลย ว่าถ้าหากเกิดเหตุการณ์ซอมบี้บุกเมืองฉุกเฉินขึ้นมาจริงๆ จะมี Choice ใดบ้าง ที่มนุษย์จะสามารถลุกขึ้นมาทำได้ และเราจะทำอย่างไรกับมัน

การเอาตัวรอดในหนังเรื่องนี้ไม่เวอร์จนเกินไป (มีบ้างบางฉากที่ดูเหมือนโชคชะตาตั้งใจ แต่ก็เข้าใจ เพราะมันเป็นหนังน่ะนะ) ตัวละครใช้อุปกรณ์ในการเอาตัวรอดเป็นของรอบๆตัว ของที่เราใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน และพอลองนึกตาม เออ…เราก็สามารถเอาตัวรอดด้วยวิธีแบบนั้นได้จริงๆ เหมือนกันนี่หว่า (ยกเว้นบางฉาก เช่น ฉากต่อสู้สวยๆ ฉันก็ไม่สามารถจริงๆนั่นแหละ) และปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตอนดู #Alive มันทำให้พลอยนึกถึงตอนที่ Covid-19 ระบาดใหม่ๆ และเราต้องรับมือโดยการปิดเมืองและกักตัวอยู่แต่ในบ้าน ระแวงระวังผู้คนรอบตัว สถานการณ์นั้นบีบคั้นและกดดันว่าตัวเองจะติดเชื้อไวรัส <Covid-19> นี้หรือไม่ และรุนแรงขึ้นจนถึงกระทั่งผู้คนคนทั่วประเทศพร้อมใจกันติด #กูติดยังวะ กันเลยทีเดียว ถึงแม้จะไม่กดดันเท่ากับการมีซอมบี้รอขย้ำรอเขมือบเราอยู่หน้าประตู แต่ Covid-19 ก็ถือว่าเป็นโรคระบาดและภัยพิบัติร้ายแรงไปทั่วโลก ที่ทำให้พวกเราหวาดกลัว ผวา เดือดร้อน สูญเสียทั้งทางทรัพย์สินและจิตใจ เครียดจัด และฝันร้ายอยู่ตลอดเวลาจริงๆ

แต่สิ่งหนึ่งที่หนังเรื่องนี้ยังคงเก็บรายละเอียดไว้อยู่เสมอ นั่นก็คือความสวยงามของฉาก ความมีศิลปะ องค์ประกอบภาพ ความรกและสกปรกอย่างมีศิลปะ (นึกภาพออกใช่ไหมคะ)

ระบบแจ้งเตือนภัยและการกู้ชีพ

#Alive - #Alive 2020 ระทึก สนุก จนต้องรีบลุกมาเขียนวิเคราะห์ !! (ระวังอาจมีสปอยล์) EP.1

ในหนังจะมีฉากที่มีการแจ้งเตือนภัยร้ายแรงผ่านทาง SMS เข้าโทรศัพท์มือถือทุกเครื่อง ช่องข่าวร่วมแรงร่วมใจกันกระจายข่าวอย่างเต็มที่ สื่อหลักของเขาก็พร้อมใจกันนำเสนอข่าว และแจ้งเตือน เพื่อให้มีผู้รอดชีวิตได้มากที่สุด และการ Take Action ว่องไวในการช่วยเหลืออย่างสุดกำลังของรัฐบาลเกาหลี เราจะเห็นได้ว่ารัฐบาลของเกาหลีมีความใส่ใจและไม่ได้นิ่งนอนใจ มีความใส่ใจและละเอียดรอบคอบในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างแท้จริง

#Alive - #Alive 2020 ระทึก สนุก จนต้องรีบลุกมาเขียนวิเคราะห์ !! (ระวังอาจมีสปอยล์) EP.1
ขอขอบคุณภาพจาก Wikipedia

โดยระบบเตือนภัยที่เราเห็นในหนัง คือระบบแจ้งเตือนเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น (Emergency Alert System) โดยจะเป็นข้อความเด้งขึ้นมาแจ้งเตือนมาบนมือถือเรา ระบบนี้เป็นการแจ้งเตือนผ่าน Cell Broadcast ซึ่งรัฐบาลหรือหน่วยงานรัฐจะสามารถส่งการแจ้งเตือนไปยังโทรศัพท์มือถือในบริเวณที่กำหนดได้ ซึ่งระบบนี้มีข้อดีคือสามารถใช้งานได้ปกติโดยไม่ต้องกลัวปัญหาเรื่อง Bandwidth (ความกว้างของแถบคลื่นความถี่) เต็ม ซึ่งมีประโยชน์มากในภาวะฉุกเฉินที่ผู้คนมักจะใช้โทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตพร้อมๆ กันจนทำให้หลายพื้นที่ไม่สามารถใช้งานได้ (นึกถึงเวลาเราไปคอนเสิร์ตหรือสนามกีฬาที่คนใช้งานกันเยอะมากๆ จนเครือข่ายล่ม)

และในปัจจุบัน โทรศัพท์มือถือกว่า 99% ต่างรองรับระบบนี้ ตัวข้อความสามารถส่งออกได้ด้วยความรวดเร็ว โดยสามารถส่งแจ้งเตือนหาผู้คนเป็นล้านคนได้ในเวลาเพียง 10 วินาทีเท่านั้น ข้อดีมากมายทำให้ระบบนี้ถูกนำไปใช้ในหลายๆ ประเทศ ไม่ว่าจะเป็น สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, ญี่ปุ่น, สหภาพยุโรป, ฟิลิปปินส์ เป็นต้น ซึ่งการแจ้งเตือนก็มีหลากหลาย ทั้งแจ้งเตือภัยพิบัติ , แจ้งเตือนแผ่นดินไหว , แจ้งเตือนน้ำท่วม , AMBER Alert (แจ้งเตือนเด็กหายของสหรัฐฯ) แล้วแต่ประเทศนั้นๆ จะเลือกใช้

สำหรับการแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉินในประเทศไทยยังไม่มีการนำระบบนี้มาใช้ แต่ประเทศไทยเราเองก็มีการแจ้งเตือนหลากหลายช่องทาง ทั้งทางโทรทัศน์, วิทยุ, เว็บไซต์, แจ้งไปทางข้าราชการท้องถิ่นเพื่อแจ้งให้ประชาชนทราบต่อไป, SMS เป็นต้น

#Alive - #Alive 2020 ระทึก สนุก จนต้องรีบลุกมาเขียนวิเคราะห์ !! (ระวังอาจมีสปอยล์) EP.1

มีการใช้เฮลิคอปเตอร์ในการกู้ชีพ ซึ่งมีเสียงหลายคนวิพากษ์วิจารณ์ออกมาว่า เฮลิคอปเตอร์กู้ชีพในฉากสุดท้ายนั้นโผล่มาอย่างไม่สมเหตุสมผล ซึ่งจุดนี้พลอยคิดว่า การที่ทางหนังไม่ใส่ Sound เฮลิคอปเตอร์เข้ามานั้นน่าจะเป็นเพราะอยากเซอร์ไพรส์คนดูมากกว่า ว่าในที่สุดก็ได้รับการช่วยเหลือแล้วนั่นเอง

ความร่วมสมัย

ชอบที่ตัวหนังมีการดึงเอาเทคโนโลยีมาใช้ในการดำเนินเรื่องอย่างเต็มที่ ทำให้รู้สึกอินไปด้วย เพราะมันคือเทคโนโลยี และ Social Media ในปัจจุบัน มีการพบเจอและการใช้งานในทุกๆวัน ทำให้เรารู้สึกเหมือนว่า ณ ตอนนี้ซอมบี้กำลังบุกประเทศเกาหลีอยู่จริงๆ และตอนนี้มันกำลังคืนคลานเข้ามา (กรี๊ด) มีการใช้ โดรน และโทรศัพท์มือถือ รวมถึง เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ ต่างๆ เข้ามาช่วยในการเอาตัวรอด มีการใช้ Instagram และ Hashtag ในการระบุพิกัดและสื่อสารกับผู้คนอื่นๆ ที่ยังรอดอยู่ข้างนอก มีการ Live และอัด VDO ด้วย และด้วยความที่หนังแสดงให้เห็นการใช้ Social Media นี่แหละ พอทุกอย่างเริ่มติดขัด มันทำให้เรารู้สึกอึดอัดไปด้วยเลย

นักแสดง

นักแสดง (ยูอาอิน – พัคชินฮเย) นี่แทบไม่ต้องพูดถึง แค่ชื่อก็การันตีได้ถึงฝีมืออยู่แล้ว ทั้งสองแสดงออกมาได้ละเอียดมาก เข้าถึงบทบาทมากๆ และทำให้เราเชื่อได้เลยว่าตัวละครนั้นมีชีวิต มีตัวตนอยู่จริง และต้องการความช่วยเหลืออยู่จริงๆ มีความอ้างว้าง ความโหยหา ความคิดถึง “มนุษย์” และคิดถึง “ชีวิต” ของตัวเองจริงๆ ชอบการวางคาแรกเตอร์ของหนังเรื่องนี้ ที่ดูเป็นคนในยุคสมัยเรา และมีตัวตน

ใน EP.1 นี้ ตัวบทยังไม่เฉลยปมตัวละครออกมานัก แต่โดยทั่วๆไป ตัวละครเอกมักจะมีปูมหลังที่น่าหดหู่หรือน่าสนใจ เรื่องนี้ก็คงมีเช่นกัน (คิดว่าอย่างนั้นนะคะ)

CG เนียน

เมื่อได้เห็นภาพเบื้องหลังการถ่ายทำ จะเห็นได้ว่ามีหลายฉากเลยที่มีการถ่ายทำโดยใช้ CG ซึ่งภาพโดยรวมก็ออกมาดีมาก สวยงาม ไม่หลอกตา อยากให้ไปดูกันเยอะๆจริงๆค่ะ

ข้อคิด

#Alive - #Alive 2020 ระทึก สนุก จนต้องรีบลุกมาเขียนวิเคราะห์ !! (ระวังอาจมีสปอยล์) EP.1

พลอยดูแล้วคิดได้ว่า หนังเรื่องนี้ทำให้เราเห็นคุณค่าของการมีชีวิตมากยิ่งขึ้น ได้เห็นความสำคัญของการดำรงชีวิตอยู่ การมีสังคม มีเพื่อน มีครอบครัว การได้ใช้เวลาอยู่กับคนที่เรารักอย่างคุ้มค่าที่สุด เพราะเราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะได้เรียกหากัน

“เรามีชีวิต เพราะเรายังอยากมีชีวิต ความอยากมีชีวิตของคุณ ทำให้คุณยังอยู่รอด”

คิมยูบิน – #Alive 2020

เหมาะกับคนขวัญอ่อนหรือไม่

#Alive - #Alive 2020 ระทึก สนุก จนต้องรีบลุกมาเขียนวิเคราะห์ !! (ระวังอาจมีสปอยล์) EP.1

เท่าที่พลอยดูมา หนังเรื่องนี้จะค่อนข้างเล่นกับความรู้สึกคนได้เก่ง เล่นมุมกล้อง แสง สี ได้ดี ทำให้เรารู้สึกเหมือนเป็นตัวละคร ทำให้เรารู้สึกเหมือนกับว่าเรากำลังหนีเอง สู้เอง หลบซ่อนเอง ยังไงยังงั้น หนังเรื่องนี้สามารถทำให้พลอยหยุดหายใจตามตัวละครได้เลย ( รู้สึกเหนื่อยตาม ฮ่า ) บิวท์ดีจริงๆ ค่ะ ใครที่ชื่นชอบความหลอน ลุ้น ระทึก เอาตัวรอดจากความโหดร้ายและน่ากลัว พลอยขอแนะนำหนังเรื่องนี้เลยค่ะ #Alive หนังมันต้องดู จริงๆ

ถ้าถามถึงความตุ้งแช่ …คือมันก็ไม่ได้ Jump Scare ขนาดนั้น เรียกว่าเป็นจังหวะระทึกใจมากกว่า มีฉากที่เงียบสงัดแล้วก็โผล่ตู้มมาบ้าง และก็มีบางจังหวะที่ทำให้เราค่อยๆรู้ว่ามันจะมา คือมันไม่ได้น่ากลัวแบบตุ้งแช่ แต่ถ้าคนขวัญอ่อนมากๆ ขี้กลัวมากๆ ก็ไม่แนะนำให้ดูจะดีกว่าค่ะ

โอเคค่ะ สำหรับวันนี้พลอยก็ต้องขอลาเพื่อนๆ ทุกคนไปก่อนนะคะ อย่าลืมกดแชร์เพื่อแบ่งปันให้เพื่อนๆ อ่าน หากคุณชอบบทความนี้ด้วยนะคะ ถ้าใครมีความคิดเห็นเพิ่มเติม สามารถคอมเมนต์แบ่งปันกันได้เลยนะคะ แล้วเจอกันใหม่ในบทความหน้า บ้ายบายค่า

ขอขอบคุณแหล่งที่มาข้อมูล

Cell Broadcast | Wireless Emergency Alerts | ระบบการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า
ของประเทศไทย

Leave a Comment