เรื่องแนะนำ

รีวิว Sony ZV-1 กับเหตุผลที่ทำให้สาย Vlog และนักรีวิวต้องเสียเงิน

9.5 คะแนนรวม
กล้องที่ง่ายเหมาะกับการพกทุกวัน มือใหม่ก็ใช้ได้ไม่ยาก

Sony ZV-1 นับเป็นกล้องแนวใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน เจาะตลาดกลุ่มคนที่ชอบถ่ายรีวิวและ Vlog แบบที่เข้าใจผู้ใช้อย่างแท้จริง เหมาะกับผู้ใช้มือใหม่ไปจนถึงคนที่ถ่ายรีวิวและ Vlog เป็นอาชีพ เพราะใช้งานได้ง่ายมาก แค่กล้องตัวเดียวก็เอาอยู่สำหรับงานทั่วไป แต่ถ้าอยากเล่นใหญ่ก็ต่ออุปกรณ์เสริมได้ไม่ยาก

สิ่งที่ชอบ
  • ใช้งานง่ายเหมาะกับคนส่วนใหญ่ ไม่จำเป็นต้องมีความรู้เรื่องกล้อง
  • โหมด Product show case ดีมาก
  • ปรับหน้าชัดหลังเบลอได้ง่าย
  • ไมค์ดีเพียงพอสำหรับ Vlog
  • ใช้ AI ช่วยโฟกัสได้แม่นยำมาก
จุดสังเกต
  • กันสั่นยังดีไม่พอสำหรับการเดิน
  • มุมแคบเกินไปสำหรับการ Selfie Vlog
  • กันสั่นทำงานร่วมกับ Product Showcase ไม่ได้
  • ไม่มีโหมด Superior Auto
คะแนนผู้ใช้: ยังไม่มีคะแนน

หลายปีที่ผ่านมาสมาร์ทโฟนมีกล้องที่ดีและสะดวกจนทำให้กล้อง Compact แทบตายไปจากตลาด แต่ Sony ZV-1 ทำให้ตลาดกลุ่มนี้คึกครื้นอีกครั้ง เพราะเป็นกล้องที่เข้าใจคนทำรีวิวและ Vlog ที่สุดอย่างไม่เคยมีมาก่อน จนทำให้สินค้าขายดีขาดตลาด ด้วยขนาดที่พกพาง่ายและฟีเจอร์เด็ดอย่าง Product Showcase ที่แก้ปัญหาการรีวิวสินค้า จากเดิมที่กล้องทุกตัวต้องใช้มือช่วยบังเพื่อให้กล้องโฟกัสที่สินค้า แต่ Sony ZV-1 สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ พร้อมกับปุ่มปรับหน้าชัดหลังเบลอแบบง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ทำได้ จึงทำให้กล้องตัวนี้เป็นที่ต้องการอย่างมาก

แนวคิดการออกแบบที่ง่ายและเข้าใจกลุ่มผู้ใช้

Sony ZV-1 ถูกวางตำแหน่งทางการตลาดให้เป็นกล้องสำหรับ Casual Video ให้ใช้งานง่ายๆ ใครก็ใช้ได้ โดยยังคงประสิทธิภาพของกล้อง Hi-End Compact อย่าง Sony RX100 series ไว้ ทั้งเซ็นเซอร์ขนาด 1 นิ้วและระบบโฟกัสที่ดีมากๆ

Sony ZV-1

ด้วยเซ็นเซอร์ขนาด 1 นิ้วที่ใหญ่กว่าเซ็นเซอร์บนกล้องสมาร์ทโฟน ทำให้มีคุณภาพไฟล์ที่ดีกว่า แม้ว่าสมาร์ทโฟนจะมี AI มาช่วยปรับแต่งภาพ แต่ถ้าจะวัดกันจริงจังแล้วยังไงกล้องแท้ๆ ก็ให้เนื้อไฟล์ที่ดีกว่า ส่วนระบบโฟกัสของ Sony นั้นก็ขึ้นชื่อมานานว่าทำงานได้เร็วและแม่นยำด้วย Fast Hybrid AF ที่มี Phase Detection AF 315 จุดและ Contrast AF 425 จุด มีระบบ Eye AF ที่โฟกัสแม่นยำทั้งคนและสัตว์เลี้ยง และยังใส่ระบบโฟกัสสินค้าสำหรับนักรีวิวอย่าง Product Showcase มาให้ด้วย มั่นใจได้ว่าไม่หลุดโฟกัสแน่นอน

แม้ว่าจะเป็นกล้องระดับ Casual Video แต่ก็ยังคงความสามารถของ Hi-End Compact ไว้อย่างการเลือกถ่ายไฟล์ RAW, JPEG+RAW หรือ JPEG ได้ ซึ่งไฟล์ที่ได้ก็มีคุณภาพที่ดีพอตัว

นอกจากนี้ Sony ยังทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายแบบที่มือใหม่ก็ใช้งานได้โดยไม่ต้องมีความรู้มาก่อน อย่างการปรับหน้าชัดหลังเบลอก็ทำได้เพียงแค่กดปุ่ม C1 เท่านั้น หรือจะสลับให้ชัดทั้งหมดก็แค่กดอีกครั้ง

Sony ZV-1 - รีวิว Sony ZV-1 กับเหตุผลที่ทำให้สาย Vlog และนักรีวิวต้องเสียเงิน

แม้ว่าหลายคนจะไม่ชอบคลิปแนวตั้งแต่เนื่องจากเทรนมาทางนี้ Sony ZV-1 จึงเอื้ออำนวยให้ถ่ายคลิปแนวตั้งได้สะดวกด้วยจอที่สวิงออกด้านข้าง และยังเพิ่ม Grip ขนาดเล็กเพื่อให้ถือถ่ายได้กระชับมือยิ่งขึ้นอีกด้วย

ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นสำหรับคนส่วนใหญ่

ด้วยความที่วางกลุ่มเป้าหมายเป็น Casual Video จึงลดความซับซ้อนทุกอย่าง ตัดสิ่งไม่จำเป็นอย่างช่อง Viewfinder และ Flash ที่คนส่วนใหญ่ไม่ใช้ และเพิ่มไมค์แบบ 3 ทิศทาง ย้ายตำแหน่งปุ่ม Shutter และ VDO Recoder มาไว้ด้านบนให้กดสะดวกขึ้น พร้อมกับปรับหน้าจอให้เป็นแบบสวิงออกมาด้านข้างและหมุนมาด้านหน้าได้ ซึ่งปรกติ Sony จะไม่ทำหน้าจอสไตล์นี้ แต่เพราะการหมุนออกมาแบบนี้เหมาะกับการทำ Vlog มากกว่า ทางค่ายจึงตัดสินใจเอามาใส่ใน Sony ZV-1

Sony ZV-1 - รีวิว Sony ZV-1 กับเหตุผลที่ทำให้สาย Vlog และนักรีวิวต้องเสียเงิน

ปุ่มปรับโหมดและ Control ring ทั้งหลายก็ถูกตัดออก เนื่องจากผู้ใช้ในกลุ่มนี้ไม่นิยมใช้กัน แต่เพิ่มไฟ LED ขนาดใหญ่ด้านหน้าเพื่อแสดงสถานะว่ากำลังบันทึกคลิปอยู่ เพื่อความมั่นใจว่ากล้องกำลังทำงาน

Sony ZV-1 - รีวิว Sony ZV-1 กับเหตุผลที่ทำให้สาย Vlog และนักรีวิวต้องเสียเงิน

นอกจากนี้ยังตัดช่องคล้องสายห้อยคอออกไปด้วย เหลือเพียงแต่ช่องเล็กๆ ทางฝั่งขวาสำหรับคล้องข้อมือเท่านั้น เนื่องจากช่องคล้องสายด้านซ้ายจะไปกวนการสวิงหน้าจอออกมา รวมถึงตัดของที่คนไม่ค่อยได้ใช้อย่าง NFC ด้วย

จัดเก็บได้ปลอดภัยห่างไกลริ้วรอย

โดยปรกติแล้ว Sony จะออกแบบหน้าจอให้เปิดโล่ง แม้จะสะดวกในการใช้งานแต่ก็เสี่ยงต่อริ้วรอยจากการพกพาและจัดเก็บ นั่นทำให้ Sony ZV-1 ที่ออกแบบให้มีขนาดเล็กยัดใส่กระเป๋าง่าย จึงออกแบบให้ลดความเสี่ยงจากริ้วรอย ด้วยการพับหน้าจอไว้ด้านในได้ และเมื่อสวิงออกก็จะเปิดเครื่องอัตโนมัติ โดยหน้าจอนี้สามารถหมุนพลิกเฉียงๆ ให้เราถ่ายมุมแปลกๆ ก็ได้ หรือจะหมุนมาด้านหน้าก็ได้ หรือจะหมุนพับเข้าไปอยู่หลังกล้องแบบที่คุ้นเคยก็ได้เช่นกัน

เข้าใจสาย Vlog ไมค์ดี หน้าสว่าง แต่กันสั่นยังดีไม่พอ

สำหรับคนทำ Vlog สิ่งที่สำคัญมากๆ ก็คือไมค์ และการที่ Sony ZV-1 ให้ไมค์แบบ 3 ทิศทางก็ช่วยให้เก็บเสียงได้ดีพอสำหรับการใช้ถ่าย Vlog และยังมี Dead cat ไว้ตัดเสียงรบกวนจากลม โดย Dead cat เป็นอุปกรณ์ที่แถมมาให้ในกล่อง

เสียงที่ได้จากไมค์ในตัวจัดว่าใช้ถ่าย Vlog ทั่วไปได้สบายๆ โดยมีเสียงลมและ Ambient เข้ามาเล็กน้อยให้รับรู้ถึงบรรยากาศ แต่ถ้าหากต้องการไมค์ที่จริงจังกว่านั้น ก็สามารถเสียบช่อง 3.5 ด้านข้างได้ หรือถ้าอยากใช้ไมค์ที่ดีขึ้นแต่ไม่อยากเสียบสาย ก็สามารถใช้ไมค์ของ Sony เสียบเข้ากับช่อง Hot shoe ด้านบนได้

จุดถัดมาที่ทำได้ดีมากก็คือการวัดแสงจากใบหน้าเป็นหลัก ทำให้การ Vlog มีความต่อเนื่องและสวยงามยิ่งขึ้น เพราะใบหน้าจะสว่างตลอดเวลาไม่ว่าจะอยู่ในสภานการณ์ไหน แต่จุดอ่อนของการวัดแสงอิงใบหน้าก็คือฉากหลังอาจสว่างจ้าขาวโพลนหรือมืดไปเลยในบางครั้ง

Sony ZV-1 - รีวิว Sony ZV-1 กับเหตุผลที่ทำให้สาย Vlog และนักรีวิวต้องเสียเงิน
หน้าสว่างแต่ท้องฟ้าขาวโพลน ( VDO Screenshot )

ปุ่มต่างๆ บนตัวกล้องสามารถ Custom เปลี่ยนได้ โดยของเดิมที่ตั้งมาให้คือ C1 จะเป็นการสลับระหว่างหน้าชัดหลังเบลอ กับชัดทุกระยะ และปุ่มรูปถังขยะที่เป็นปุ่มลัดสำหรับสลับระหว่างโหมดโฟกัสใบหน้ากับโฟกัสสินค้าที่เรายื่นมาข้างหน้า

แม้ว่าทุกอย่างจะดูเข้าทางสาย Vlog และนักรีวิว แต่ระบบกันสั่นยังไม่เป็นที่พอใจเท่าไรนัก โดยแบ่งออกเป็น Off, Standard, Active ซึ่งแบบ Active จะกันสั่นได้ดีที่สุด แต่ก็มีการ Crop ทำให้มุมมองภาพแคบกว่าเดิม และที่สำคัญคือโหมด Product Showcase ไม่สามารถทำงานร่วมกับระบบกันสั่นได้ ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น

[Pre-Order]Sony กล้อง ZV-1 Digital Camera ประกันศูนย์ไทย
[Pre-Order]Sony กล้อง ZV-1 Digital Camera-ประกันศูนย์ไทย Key Features.... 20.1MP 1" Exmor RS BSI CMOS Sensor ZEISS 24-70mm-Equiv. f/1.8-2.8 Lens UHD 4K30p Video with HLG & S-Log3 Gammas 3.0" Side Flip-Out Touchscreen LCD Vloggers and influencers rejoice, the Sony ZV-1 is a purpose-built compact...
฿ 22,990
รีวิว Sony ZV-1 กับเหตุผลที่ทำให้สาย Vlog และนักรีวิวต้องเสียเงิน

วิธีแก้ปัญหาระบบกันสั่นและมุมมองที่แคบเกินไป

ทางออกของระบบกันสั่นและมุมมองที่แคบก็มีอยู่ 2 อย่างคือการใช้กิมบอลอย่าง Zhiyun Crane M2 ที่เข้ากับ Sony ZV-1 ได้เป็นอย่างดี นอกจากจะช่วยลดการสั่นได้แล้วยังสามารถควบคุมสั่งถ่ายภาพนิ่งและวิดีโอ รวมถึงการสั่งซูมผ่านด้ามจับ Zhiyun Crane M2 ได้เลย

Sony ZV-1 - รีวิว Sony ZV-1 กับเหตุผลที่ทำให้สาย Vlog และนักรีวิวต้องเสียเงิน

และการที่เราใช้กิมบอลช่วยลดการสั่นแล้ว เราก็ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ระบบกันสั่นในกล้องระดับ Active ดังนั้นเราก็สามารถลดลงมาเป็นระดับ Standard ที่มุมมองกว้างกว่าได้

Sony ZV-1 - รีวิว Sony ZV-1 กับเหตุผลที่ทำให้สาย Vlog และนักรีวิวต้องเสียเงิน

หรืออีกวิธีที่นิยมใช้กันคือหาไม้เซลฟี่มาช่วย ถ้าเอาแบบราคาประหยัดพกพาง่ายและเป็นขาตั้งในตัวก็มีของ Ulanzi แต่การใส่ไม้เซลฟี่ก็อาจทำให้คลิปสั่นกว่าเดิม ซึ่งเราก็แก้ปัญหาได้ด้วยการโยนเข้าแอพ Movie Edit Add-on ของทาง Sony ที่มีทั้ง Android และ iOS โดยแอพตัวนี้จะทำหน้าที่ลดอาการสั่นอีกระดับ

กล้องไม่ตัดอัดคลิปได้ยาวๆ พร้อม Clean HDMI ไว้ไลฟ์

คนที่ใช้สมาร์ทโฟนอย่างเดียวอาจไม่รู้ว่ากล้องส่วนใหญ่จะบันทึกคลิปได้ไม่เกิน 30 นาที แต่ Sony ZV-1 ไม่จำกัดความยาววีดีโอ แต่ตัวแบตเตอรี่เองก็ใช้งานต่อเนื่องได้ราวๆ 1-1:30 ชั่วโมง ตามมาตรฐานกล้องส่วนใหญ่ ซึ่งก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะเราสามารถเสียบชาร์จระหว่างใช้งานได้ผ่านสาย micro USB

Tips
บางคนแนะนำว่าถ้าจะเสียบชาร์จไปใช้ไปอาจทำให้เกิดความร้อนสะสม เลยแนะนำให้ใช้ Battery Doubler หรือที่เรียกกันว่า “แบตกระสือ” ดีกว่า

นอกจากนี้หลายคนยังนิยมเอากล้องไปต่อเข้าอุปกรณ์อื่นอย่าง Capture Card หรือ Switcher เพื่อทำไลฟ์หรือถ่ายงานจริงจังหลายกล้อง ก็ต้องบอกว่า Sony ZV-1 รองรับ Clean HDMI ด้วย หมายความว่าเราสามารถส่งภาพออกไปโดยไม่มีเมนูต่างๆ ขึ้นมาก่อกวน ทำให้สามารถเอาไปประยุกต์ใช้ทำไลฟ์ได้ด้วย

ระบบซูมที่นุ่มเนียนเหมาะกับการทำวีดีโอ

Sony ZV-1 มาพร้อมกับระบบซูมภาพนิ่ง 3 แบบคือ Optical Zoom ที่ซูมเลนส์เพียงอย่างเดียว ซึ่งภาพจะคมชัดมาก กับแบบ Clear Image Zoom ที่ใช้การประมวลผลให้ซูมได้ไกลขึ้นและภาพยังดูคมชัด กับแบบ Digital Zoom ที่เป็นการเอาภาพมาถ่ายขยายและสูญเสียความละเอียด ซึ่งเหมาะกับคนที่ต้องการถ่ายแล้วใช้ทันที 

Sony ZV-1 - รีวิว Sony ZV-1 กับเหตุผลที่ทำให้สาย Vlog และนักรีวิวต้องเสียเงิน
Defocus ( VDO Screenshot )

เช่นเวลาทำข่าวการเปิดตัวสินค้า ถ้าจะถ่ายรูปความละเอียดสูงๆ แล้วไปเปิดโน้ตบุ๊คเพื่อขยายแล้ว Crop ส่วนที่ต้องการก็คงจะช้าเกินไปสำหรับยุคนี้ ดังนั้นการทำ Digital Zoom แล้วโอนไฟล์ผ่านแอพเข้ามือถือแล้วอัพโหลดเลย จึงเป็นเรื่องที่สะดวกกว่า นอกจากนี้เรายังตั้งค่าความเร็วในการซูมสำหรับวีดีโอได้ 2 ระดับ ทำให้เราสามารถซูมได้แบบนิ่มมากๆ คลิปออกมาก็ดู Smooth 

ทั้งโหมดภาพนิ่งและวีดีโอ หากตั้งความละเอียดภาพต่ำยิ่งซูมได้ไกล

โหมดใช้งานหลากหลายสำหรับมือโปร แต่สำหรับมือใหม่สาย Auto ก็ขาดโหมด Superior Auto ที่ถือว่าเป็นจุดเด่นอีกอย่างของ Sony แม้ว่าจะมี Intelligent Auto อยู่แล้วและเพียงพอสำหรับการใช้งานส่วนใหญ่ แต่ Superior Auto จะช่วยให้การถ่ายรูปย้อนแสงและที่แสงน้อยมีความคมชัดมากขึ้น ด้วยการลั่นชัตเตอร์ถ่ายหลายครั้งในภาพเดียว เพื่อมาประมวลผลให้ภาพคมชัดยิ่งขึ้น ซึ่งผมชอบโหมดนี้มากๆ และน่าเสียดายที่ตัดออกไป แต่ทั้งนี้ถ้าต้องการจะดึงประสิทธิภาพในลักษณะนี้ก็ยังสามารถทำได้ในโหมด Scene

แม้ว่าภาพความละเอียดสูงจะเอามาแก้ไขได้ง่ายกว่า ไม่ว่าจะเป็นการขยายการ Crop และปรับแต่ง แต่ไฟล์ก็มีขนาดใหญ่ด้วย ทำให้การถ่ายโอนไฟล์ต้องใช้เวลานาน เปลืองพื้นที่ในการจัดเก็บ และอาจมีปัญหากับสมาร์ทโฟนหรือโน้ตบุ๊คที่สเปคต่ำเกินไป

สามารถเลือกความละเอียดสูงสุดได้ที่ 4K บวกกับระบบ HDR และ DRO ก็ทำให้ภาพสวยยิ่งขึ้น ส่วนภาพนิ่งก็เลือกความละเอียดได้หลายระดับตามความเหมาะสม

การถ่ายวีดีโอ 4K จะจำกัดอยู่ที่ 5 นาทีเท่านั้น ถ้าต้องการปลดล็อกให้ถ่ายได้ยาวๆ ต้องปรับโหมด Auto Power OFF Temp. เป็น High

ประสบการณ์กับ Sony ZV-1

ส่วนตัวแล้วผมใช้กล้องในกลุ่มของ Sony Hi-End Compact และ Sony Mirrorless มาหลายตัว เลยคุ้นชินและเห็นความโดดเด่นของ Sony ZV-1 เป็นพิเศษ

Sony ZV-1 - รีวิว Sony ZV-1 กับเหตุผลที่ทำให้สาย Vlog และนักรีวิวต้องเสียเงิน

Sony ZV-1 มีความคล้ายกับ Sony RX100 Series มาก แต่ปรับให้เหมาะกับคนส่วนใหญ่มากขึ้น โดยเฉพาะปุ่ม C1 ที่นำเอาฟีเจอร์เก่าแก่อย่าง Defocus มาใช้ ซึ่งฟีเจอร์นี้มีมานานมาก เท่าที่รู้ก็ตั้งแต่ Sony a5100 แต่ตอนนั้นจะถูกวางไว้ในเมนูที่ต้องกดหลายขั้นตอน

Defocus หรือการทำหน้าชัดหลังเบลอไม่ใช่การเอา AI มาใช้เหมือนบนสมาร์ทโฟน ที่แม้จะดูละลายได้เยอะแต่ก็อาจมีบางส่วนที่ดูหลอกตา แต่ Sony ZV-1 ใช้การเปิดรูรับแสงกว้างสุดที่ f/1.8 ทำให้มิติของภาพดูเด่นชัดขึ้น จึงออกมาเป็นหน้าชัดหลังเบลอ และถ้าหากกดปุ่ม C1 อีกครั้งก็จะเป็นการทำให้ Clear ดูชัดทั้งภาพด้วยการปรับรูรับแสงให้แคบ โดยสามารถปรับสลับระหว่างทำการบันทึกวีดีโอได้ด้วย และอีกสิ่งที่ดีงามก็คือการให้ความสำคัญกับใบหน้าที่ดูสว่างตลอดเวลา ซึ่งไม่ได้สว่างเพียงอย่างเดียวแต่สกินโทนยังออกมาสวยด้วย และสำหรับใครที่อยากให้หน้าเนียนขึ้นก็มี Soft skin ซึ่งต้องบอกว่าโหมดนี้จะไม่ได้บีบหน้าเรียวทำตาโตเหมือนพวกสมาร์ทโฟน แต่จะช่วยเกลี่ยผิวให้เนียนเท่านั้น

แม้ว่ามือโปรอาจจะไม่ว๊าวกับสิ่งนี้ แต่สำหรับการทำ Vlog หรือ Casual Video นับเป็นเรื่องที่ว๊าวและใช้ได้จริง นอกจากนี้โหมด Product Showcase ยังทำให้นักรีวิวทำงานได้ง่ายขึ้นมาก ไม่ต้องเอามือมาบังเป็นฉากหลังให้สินค้าเพื่อให้กล้องโฟกัส เพียงแค่เรายกสินค้าขึ้นมากล้องก็โฟกัสได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากๆ

Sony ZV-1 - รีวิว Sony ZV-1 กับเหตุผลที่ทำให้สาย Vlog และนักรีวิวต้องเสียเงิน
Product Showcase ( VDO Screenshot )

การที่ Product Showcase ไม่สามารถทำงานร่วมกับระบบกันสั่น SteadyShot ได้ก็ไม่ใช่ปัญหาในการใช้จริง เพราะโดยธรรมชาติแล้วการรีวิวนำเสนอสินค้าก็ต้องวางกล้องตัวอยู่กับที่

ไมค์ที่ให้มาก็เรียกได้ว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานจริง การเก็บเสียง Ambient รอบข้างและมีลมเข้ามาได้บ้าง ก็ช่วยให้คลิปดูมีชีวิตชีวารับรู้ถึงบรรยากาศร่วมของผู้ชม ส่วนหน้าจอที่ออกแบบให้สวิงและหมุนได้ก็ช่วยให้เลือกมุมองศาในการถ่ายได้ดี และการสวิงจอออกมาเซลฟี่ด้านข้างก็ทำให้คลิปที่ออกมาดูตาไม่ลอยเหมือนการเอาจอหมุนมาด้านบนเหมือนรุ่นอื่น

ระบบกันสั่นที่ไม่นิ่งเท่าที่ควร แต่ถ้าว่ากันตามตรงก็ถือว่านิ่งมากแล้วสำหรับกล้องประเภทนี้ จะเป็นรองก็พวกกล้อง Action cam โดยเฉพาะ Insta360 One R 1-inch Leica ที่เซ็นเซอร์เท่ากันแต่กันสั่นดีกว่า ทั้งนี้ก็ต้องบอกว่ากล้องในกลุ่ม Action cam แม้จะมีระบบกันสั่นที่ดีมาก แต่ก็ถูกลดทอนคุณภาพไฟล์ลงไปพอตัว

Sony ZV-1 - รีวิว Sony ZV-1 กับเหตุผลที่ทำให้สาย Vlog และนักรีวิวต้องเสียเงิน

และระบบกันสั่นระดับนี้ก็เพียงพอสำหรับการใช้งานจริง แม้ว่าสาย Tech จะคาดหวังให้มัน Vlog นิ่งเนียนเหมือนใส่กิมบอล แต่ถ้าดูการใช้งานของสายอื่นๆ เช่น Beauty, Travel, Lifestyle ก็จะพบว่าเค้ามักจะถือยืนอยู่กับที่มากกว่าจะเดินไปถ่ายไป หรือถ้าจะเดินถ่ายจริงๆ ก็จะปล่อยให้สั่นไปเลย โดยจะเน้น Story เป็นหลัก ซึ่งคือหัวใจของการทำ Vlog มากกว่าจะแบกกล้องตัวใหญ่ๆ และอุปกรณ์เสริมเยอะๆ เมื่อ Balance จุดเด่นจุดด้อยแล้วก็จะพบว่า Sony ZV-1 เหมาะกับงาน Vlog ที่สุดแล้วครับ ยกเว้นจะต้องการ Production ที่เล่นใหญ่อลังการก็คงต้องขยับไปเล่นรุ่นใหญ่กว่านี้

Tags:

แสดงความเห็น

เพิ่มความเห็น

Review Ventures
Logo