เรื่องแนะนำ

รีวิว Insta360 One R กล้องขนาดพกพาที่สนุก คุณภาพดี และสะดวกกว่าที่เคย

10 คะแนนรวม
กล้องขนาดพกพาแบบตัวเดียวจบด้วยแนวคิด Modular

กล้องขนาดเล็กที่เก่งเกินความเป็น Action Cam และสนุกกว่ากล้อง 360 ทั่วไป คุณภาพดีด้วยความเป็น Leica Co-Engineering และมีแอปที่เก่งมาก ตัดต่อง่ายและสนุก ระบบติดตามวัตถุดีมาก ทำให้ใช้งานได้ทุกสถานการณ์ แม้จะร้อนง่ายไปนิดและไม่มี HDMI Out แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร

สิ่งที่ชอบ
  • แนวคิด Modular ดีมาก
  • กล้อง 360 กันสั่นดีมาก มุมกว้างมาก
  • กล้อง 1-inch Leica คุณภาพดีมาก
  • ระบบกันสั่นดีมาก รองรับ HDR Video
  • แอปดีมาก ฉลาดและใช้ง่าย
  • ระบบติดตามวัตถุดี
  • อุปกรณ์เสริมเยอะ
จุดสังเกต
  • Core ร้อนง่ายไปนิด
  • ไม่มี HDMI Out
คะแนนผู้ใช้: ยังไม่มีคะแนน

Insta360 One R เป็นกล้องในกลุ่ม Action Cam บวกกล้อง 360 องศา โดยมาพร้อมแนวคิดแบบ Modular ซึ่งแตกต่างจากคู่แข่งไม่ว่าจะเป็น GoPro หรือ Qoocam ทำให้ Insta360 One R จึงเป็นกล้องแบบตัวเดียวจบที่ตอบโจทย์ทั้งด้านความสนุกและด้านการใช้งานทั่วไป รวมถึงงานที่เน้นคุณภาพไฟล์ เนื่องจาก Module ตัวกล้องที่มีทั้งแบบ 360 องศา, แบบ 4K และแบบ 1-inch Leica พร้อมกับจุดเด่นด้านแอปที่ฉลาดกว่าคู่แข่งมากๆ

แนวคิดแบบ Modular ทำได้ทุกอย่างแค่ปรับ Module

โดยปรกติแล้วถ้าเราอยากถ่ายคลิปแบบ 360 องศา ก็ต้องเลือกซื้อกล้อง 360 แต่ถ้าอยากถ่ายแบบคมชัดและพกพาสะดวกก็ต้องหาพวกกล้อง Action Cam มาใช้ แต่สำหรับ Insta360 One R ปลดล็อกขีดจำกัดให้สามารถทำได้ทุกอย่างในกล้องตัวเดียว เพราะแนวคิดแบบ Modular ที่ถอดเปลี่ยน Module ได้ โดยตัวกล้องจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ

  • Core ที่มีหน้าจอ ส่วนของการประมวลผลและควบคุม
  • Battery ที่เก็บพลังงานไฟฟ้าและเป็นตัวยึดแต่ละ Module ให้แน่นหนา
  • Camera ส่วนของกล้องที่มีให้เลือก 3 แบบ
Insta360 One R - รีวิว Insta360 One R กล้องขนาดพกพาที่สนุก คุณภาพดี และสะดวกกว่าที่เคย

Module กล้อง 3 แบบที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน

Insta360 One R - รีวิว Insta360 One R กล้องขนาดพกพาที่สนุก คุณภาพดี และสะดวกกว่าที่เคย

สิ่งที่คนคาดหวังจากกล้องขนาดเล็กจำพวก Action Cam ก็คือขนาดต้องพกพาง่ายและมีระบบกันสั่นที่ดี ส่วนกล้อง 360 ก็นิยมเอามาใช้สร้างสรรค์ความสนุก จึงทำให้ Insta360 One R มี Module เลนส์ให้เลือก 3 แบบตามการใช้งาน

ลองดูเรื่องนี้  พรีวิว Realme Watch S สมาร์ทวอชจอกลม แบต 15 วัน พบกันต้นเดือนหน้า

Mod 360

Module 360 เป็นกล้อง 360 องศาที่มีความละเอียดสุงสุด 5760 x 2880 สำหรับการถ่ายคลิป แต่ถ้าเป็นภาพนิ่งจะได้ความละเอียด 6080 x 3040 ซึ่งเป็นอัตราส่วน 2:1 โดยมีทางยาวโฟกัส 7.2mm รูรับแสง f/2.0 ซึ่งโมดูลนี้เหมาะกับการถ่าย Vlog กลางแจ้งหรือเน้นงานครีเอทีฟ เนื่องจากระบบกันสั่นดีมากในระดับเดียวกับ GoPro Max ซึ่งถือว่าเป็นกันสั่นที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยลอง และมีระบบเทียบเท่า Horizon Leveling ที่ไม่ว่าจะหมุนกล้องตีลังกายังไง คลิปก็จะอยู่ในแนวระนาบสวยงาม

นอกจากนี้ยังเก็บภาพได้มุมมองกว้างมาก และด้วยองค์ประกอบต่างๆ ทำให้ใบหน้าดูสว่างตลอดเวลา เหมาะกับการถ่าย Vlog เป็นอย่างมาก และยังมีจุดแข็งคือแอปที่ดีมาก มี AI ช่วยตรวจจับบุคคลและสัตว์เลี้ยง เพื่อให้ตัดต่อคลิปได้ง่ายขึ้น เนื่องจากกล้อง 360 เป็นการเก็บภาพรอบด้านทำให้หลายคนขี้เกียจตัดต่อเมื่อเอามาใช้งานจริง และยังมีระบบ Tracking ติดตามวัตถุที่เกาะหนึบและใช้ง่าย แค่หันด้านบนของกล้องชี้ไปยังเป้าหมายและกดปุ่มบนหน้าจอก็จะติดตามวัตถุให้ หรือจะไปกด Tracking ตอนตัดต่อก็ได้เช่นกัน

Mod 4K

Module 4K ตัวนี้เทียบเท่ากล้อง GoPro HERO 8 ที่เป็น Action Cam ซึ่งความต่างเมื่อเทียบกับ Module 360 ก็คือคุณภาพไฟล์ที่ดีกว่า แต่ระบบกันสั่นด้อยกว่า มีทางยาวโฟกัสอยู่ที่ 16.4mm และรูรับแสง f/2.8 ซึ่งโดยรวมแล้วจะเก็บรายละเอียดทั้งภาพได้ดีกว่า แต่ถ้าถ่ายในที่ย้อนแสงหรือมี Dynamic Range เยอะมากๆ ก็อาจทำให้หน้าดูมืดไปเลยก็ได้

Mod 1-inch Leica

Module 1-inch Leica ตัวนี้นับเป็นจุดขายมากๆ เพราะมีขนาดเซ็นเซอร์ใหญ่ถึง 1 นิ้ว ซึ่งใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบกับ Action Cam และใหญ่เท่ากับกลุ่มของ Sony RX100 series กับ Sony ZV-1 โดยมีความละเอียดสูงสุดที่ 5.3K ทางยาวโฟกัส 14.4mm รูรับแสง f/3.2

Insta360 One R - รีวิว Insta360 One R กล้องขนาดพกพาที่สนุก คุณภาพดี และสะดวกกว่าที่เคย

ซึ่งโมดูลนี้ให้คุณภาพเนื้อไฟล์ที่ดีมาก ถ่ายในที่ Indoor ได้สวยกว่ารุ่นอื่น แต่จุดด้อยเมื่อเทียบกับ Module 4K คือต้องถือห่างจากใบหน้าหรือวัตถุราวๆ 50 cm เป็นอย่างน้อย ไม่งั้นจะโฟกัสไม่ได้และทำให้ภาพเบลอ และไม่สามารถถ่ายคลิปแบบ HDR ได้ แต่ถ้าถ่ายภาพนิ่งแบบ Night Mode นี่สวยเกินความเป็น Action Cam

แม้ว่า Mod 4K และ Mod 1-inch Leica จะมีระบบกันสั่นที่นิ่งไม่เท่า Mod 360 แต่ก็ถือว่านิ่งมากในระดับเดียวกับ GoPro HERO 8 ซึ่งนิ่งกว่ากล้องประเภทอื่นๆ

เรียกได้ว่า Insta360 One R เป็นกล้องตัวเดียวจบเลือกปรับเปลี่ยน Module ได้ตามชอบ ซึ่งส่วนตัวแล้วผมปลื้ม Module Leica มากๆ และที่สำคัญคือสามารถถ่ายไฟล์ LOG ได้ มีบิตเรท 100Mbps

แบตเตอรี่ก็มี Module ให้เลือกใช้

แบตเตอรี่ที่ติดมาในกล่องจะเป็นแบบกระทัดรัด 1190mAh ซึ่งใช้งานต่อเนื่องได้ประมาณ 1-2 ชั่วโมงไม่ต่างจาก Action Cam ทั่วไป โดยชาร์จแบบ USB-C ผ่านตัว Core หรือจะซื้อตัว Fast Charge Hub เพื่อชาร์จแยกต่างหากก็ได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมี Boosted Battery Base ความจุ 2380mAh ที่ให้ใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนานยิ่งขึ้น และยังมีขา Mount สำหรับต่อเข้ากับขาตั้งโดยตรงแบบไม่ต้องใช้เคส

Insta360 One R - รีวิว Insta360 One R กล้องขนาดพกพาที่สนุก คุณภาพดี และสะดวกกว่าที่เคย

และถ้าชอบถือแบบแนวตั้งก็มี Vertical Battery Base ให้ใช้เช่นกัน โดยมีความจุเท่ากับแบบที่ติดมาในกล่องคือ 1190mAh แต่อันที่จริงเราสามารถใช้งานโดยไม่ต้องต่อแบตเตอรี่เลยก็ได้ โดยการจ่ายไฟตรงจาก USB-C หรือจะชาร์จระหว่างใช้ก็ได้

ระบบกันสั่นดีมากพร้อม Low Light Stabilizer และใช้ร่วมกับ HDR Video ได้

จุดเด่นอีกอย่างที่ดีมากๆ ก็คือระบบกันสั่นในที่แสงน้อยที่ปรกติแล้วทำเอา Action Cam ดูเบลอเป็นคลื่นไปเลย แต่ Insta360 One R มีระบบกันสั่นที่ชื่อ FlowSlate ที่น่าประทับใจมาก โดยมีตัวเลือกเปิดระบบกันสั่นในที่แสงน้อย ทำให้ภาพดูไม่เป็นคลื่นแต่ก็ต้องแลกมากับภาพที่ดูมี Noise เยอะขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ระบบกันสั่นยังสามารถใช้งานร่วมกับ HDR Video อีกด้วย

จุดสำคัญก็คือ HDR Video สามารถทำงานร่วมกับระบบกันสั่นได้ด้วย ซึ่ง OSMO Action เมื่อเปิดโหมด HDR Video แล้วระบบกันสั่นจะไม่ทำงาน

โอนไฟล์ได้สะดวกกว่า เชื่อมต่อได้ทั้งแบบเสียบสายและ Wi-Fi

ปัญหาของกล้องขนาดพกพาทุกตัวคือข้อจำกัดในการเชื่อมต่อ บางรุ่นต้องเสียบสาย บางรุ่นต้องใช้แบบไร้สาย แต่ Insta360 One R รองรับ Wi-Fi 5GHz ที่สัญญาณเสถียรและส่งข้อมูลเร็วกว่าแบบ 2.4GHz และยังรองรับการถ่ายโอนข้อมูลผ่านการเสียบสายโดยไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่ม

OSMO Pocket เป็นกล้องขนาดพกพาอีกตัวที่เชื่อมต่อได้ทั้งแบบเสียบสายและไร้สาย แต่ต้องซื้อ Wireless Module เพิ่มอีกประมาณ 2,000 บาท

การเชื่อมต่อแบบเสียบสายรองรับทั้ง Android, iOS, iPadOS รวมถึงฝั่ง PC อย่าง Windows และ macOS โดยสลับโหมดผ่านการตั้งค่าบนตัวกล้อง

ลองดูเรื่องนี้  Vivo เปิดตัว Vivo V19 สมาร์ทโฟนที่ผสานเทคโนโลยีและแฟชั่นเป็นหนึ่งเดียว

แอปดีมากมี AI ตัวช่วยเยอะ ฉลาดและใช้สนุก

ความโดดเด่นอีกอย่างก็คือตัวแอปที่เก่งมาก เรียกได้ว่าเก่งที่สุดเลยก็ว่าได้ นั่นทำให้การทำ Post Process ทำได้ง่าย สวย และสนุก ไม่ว่าจะเป็นบนฝั่ง Android, iOS, iPadOS, macOS, Windows และยังมี Plugin สำหรับ Adobe Premier Pro เพื่อช่วยให้ตัดต่อได้สะดวกขึ้นอีกด้วย

สิ่งที่ดีงามมากๆ คือการปรับมุมองศาความกว้างของคลิป ซึ่งปรกติแล้วเราต้องเลือกก่อนถ่ายว่าจะเอามุม Ultra Wide, Wide, Linear, Narrow แต่สำหรับ Insta360 One R จะใช้วิธีถ่ายก่อนแล้วเลือกทีหลัง ทำให้มีความยืดหยุ่นสูงกว่ามาก

ในขณะที่กล้อง Action Cam ตัวอื่นจะต้องตั้งค่าเลนส์ก่อนถ่าย ว่าต้องการมุมกว้างหรือแคบแค่ไหน แต่ Insta360 One R ใช้วิธีถ่ายก่อนแล้วเลือกองศาความกว้างทีหลัง ทำให้ยืดหยุ่นและใช้งานง่ายกว่า

ระบบ Beauty ก็ช่วยให้ภาพดูสว่างเนียนขึ้นแต่ก็ไม่ถึงกับเนียนใสเท่าพวกสมาร์ทโฟน ฟิลเตอร์แสงสีก็มีให้เลือกหลายแบบ แต่ทีเด็ดจริงๆ คือตอน Export ที่เราสามารถเลือกแบบ Color Plus ได้ ซึ่งสีสันที่ออกมาจะดูจัดจ้านสว่างสวยมากๆ แต่ทั้งนี้ก็ต้องบอกว่ามันควรใช้กับ 1-inch Leica ถึงจะให้คุณภาพที่ดี ถ้าใช้ Module 360 หรือ 4K ก็จะมี Noise ให้เห็นเยอะกว่า ถ้าไม่ซีเรียสเรื่องเนื้อไฟล์มากนัก หรือใช้อัพบน Social ก็ถือว่าไฟล์ดีเพียงพอแล้ว

ความดีงามมากๆ อีกอย่างคือระบบ AI ที่ช่วยเลือกมุมการตัดต่อให้ง่ายขึ้น ในกรณีที่ใช้กล้อง 360 ก็จะมีการตรวจจับสิ่งของในแต่ละช่วงเวลาให้เราเลือกจิ้มเลยว่าจะเอาอันไหนบ้าง และยังมีโหมด Story ที่สนุกกว่ารุ่นอื่น เพราะมีระบบสำเร็จรูปแนะนำให้เราทำตามเพื่อให้ได้คลิปที่ครีเอทแบบง่ายๆ ด้วย

อย่างเช่นการทำ Clone Trail แยกร่างตัวเรา ปรกติต้องตัดต่อกันวุ่นวาย แต่ถ้าใช้ Insta360 One R แค่ทำตามคำแนะนำในตัวแอปและกดเลือกโหมด แล้วตัวแอปก็จะช่วยจัดการโคลนร่างให้เราได้แบบง่ายๆ หรือแม้แต่การทำ Parallel Planet, Dolly Zoom, Starlapse, Time Flip, Roll Plate ฯลฯ

ไมค์ดีเพียงพอ แต่ถ้าไม่พอใจก็ต่อไมค์นอกได้

ไมค์ในตัวรับเสียงพูดและตัดเสียงลมได้ดีพอควร มีระบบตัดเสียงลมในตัวและบูสเสียงพูดด้วย ดีในระดับที่ใช้ถ่าย Vlog ได้สบายๆ แต่ถ้าคิดว่ามันยังดีไม่พอก็สามารถซื้อตัวแปลงมาเสียบไมค์ได้ ไม่ว่าจะเป็น Rode Wireles Go หรือ Saramonic Blink500 ที่ขนาดพกพา หรือจะเล่นใหญ่กว่านั้นก็ได้เช่นกัน

เชื่อมต่อ AirPods และ Apple Watch ได้

จุดเด่นอีกอย่างก็คือเราสามารถเชื่อมต่อ AirPods และใช้แทนไมค์ได้เลย ซึ่งอันที่จริงผมลองเชื่อมต่อกับหูฟังบลูทูธตัวอื่นๆ ก็ใช้ได้เช่นกัน แต่คุณภาพและความดีเลย์ก็ต่างกันไป

และยังสามารถใช้ Apple Watch ควบคุมได้ด้วย หรือจะเชื่อมต่อและสั่งงานผ่านมือถือก็ได้เช่นกัน หรือถ้าเป็นสาย Adventure จะควบคุมผ่าน GPS Smart Remote ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ

อุปกรณ์เสริมเยอะ ใช้จริงจังได้ ใช้เล่นก็สนุก

Insta360 One R - รีวิว Insta360 One R กล้องขนาดพกพาที่สนุก คุณภาพดี และสะดวกกว่าที่เคย

ตัวกล้องเดิมๆ กันน้ำได้ลึก 5 เมตร ( ซึ่งสเปคว่าไว้แบบนั้น แต่ก็ไม่แนะนำให้เอาไปจุ่มน้ำจริงๆ ) แต่ถ้าอยากได้ลึกกว่านั้นหรือเพิ่มความมั่นใจก็คือเคสกันน้ำด้วย และยังมีอีกสารพัดอุปกรณ์เสริมเช่น ฝาครอบเลนส์ 360 เพื่อป้องกันรอย และอุปกรณ์สำหรับใช้ทำ Bullet Time รวมถึงการใช้งานกับกิจกรรม Outdoor

Insta360 One R - รีวิว Insta360 One R กล้องขนาดพกพาที่สนุก คุณภาพดี และสะดวกกว่าที่เคย

ไม่มี HDMI Out แต่ไลฟ์ได้ในตัว

จุดแข็งที่หาตัวจับได้ยากของ GoPro คือการมี HDMI Out ทำให้เอาไปประยุกต์ใช้ได้มากขึ้น โดยเฉพาะการเอาไปต่อเข้ากับ Capture Card สำหรับทำการไลฟ์ แต่ทาง Insta360 ก็อุดช่องว่างนี้ด้วยการประกาศเตรียมทำระบบไลฟ์ให้ในตัวด้วย

ประสบการณ์ใช้งานจริง Insta360 One R ที่น่าประทับใจ

ด้วยความที่กล้อง Action Cam มีขนาดพกพาและต่างจาก Smartphone และกล้อง Mirrorless ทำให้ผมซื้อกล้องจำพวกนี้มาเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น GoPro HERO 7, GoPro HERO8, OSMO Action, OSMO Pocket และอีกสารพัด แต่ไม่เคยมีตัวไหนเลยที่ทำให้ผมรู้สึกประทับใจได้เท่า Insta360 One R

Insta360 One R - รีวิว Insta360 One R กล้องขนาดพกพาที่สนุก คุณภาพดี และสะดวกกว่าที่เคย

จุดเด่นของ Action Cam คือขนาดที่เล็กพกพาง่ายและระบบกันสั่นที่ดีมาก แต่จุดด้อยโดยรวมคือคุณภาพไฟล์และเสียงไมค์ที่ไม่ดีนัก แต่ Insta360 One R สามารถแก้ปัญหานี้ได้ดีมากด้วย Module แต่ละอย่าง

ลองดูเรื่องนี้  รีวิว หูฟัง Bower & Wilkins PX7 และ PX5 สองตัวเสียงเทพมีระบบตัดเสียงรบกวน

ในวันที่อยากสร้างสรรค์ผลงานครีเอทสนุกสนานและถ่าย Vlog แบบไม่ได้เตรียม Story มาในหัว การเลือกใช้ Module 360 ก็ช่วยให้การถ่ายทำและเล่าเรื่องเป็นไปได้ง่ายยิ่งขึ้น เพราะระบบกันสั่นที่ดีแบบไร้ที่ติ ไม่ว่าเราจะถือเอียงยังไงคลิปที่ได้ก็จะออกมาได้ระนาบเสมอ

จุดเด่นอีกอย่างก็คือการวัดแสงที่ใบหน้าเราจะสว่างตลอดเวลา ซึ่งเหมาะกับการถ่าย Vlog มากๆ แต่ข้อเสียคือบางครั้งก็ทำให้ฉากหลังดูสว่างจนขาวโพลนไปเลย นอกจากนี้ยังสามารถเลือกมุมที่ต้องการได้ทีหลังด้วย หรือจะทำคลิปแบบ MultiView ก็ได้เช่นกัน โดยคลิปที่ได้จะมีภาพจะกล้องหน้าและกล้องหลัง ทำให้เล่าเรื่องได้น่าสนใจกว่าเดิม และการที่มีแอปดีมากๆ มี AI และระบบ Tracking ที่ดีมาก ก็ช่วยให้เราสามารถตัดต่อคลิป 360 ได้ง่ายและจบงานได้เร็วกว่าเดิมด้วย

Insta360 One R - รีวิว Insta360 One R กล้องขนาดพกพาที่สนุก คุณภาพดี และสะดวกกว่าที่เคย

และวันไหนที่อยากถ่าย Vlog ทั่วไป การเลือกใช้ Module 4K ก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะจะให้คุณภาพไฟล์และแสงสีที่ดีกว่า Module 360 สามารถเก็บรายละเอียดฉากหลังและมี Dynamic Range ที่ดีกว่า และยังสามารถถ่าย HDR Video ได้ด้วย เหมาะมากสำหรับการถ่ายในที่กลางแจ้งหรือที่ย้อนแสง

Insta360 One R - รีวิว Insta360 One R กล้องขนาดพกพาที่สนุก คุณภาพดี และสะดวกกว่าที่เคย

แม้ว่า Module 1-inch Leica จะไม่มี HDR Video เหมือน Module 360 และ Module 4K แต่ก็ได้เปรียบด้านขนาดเซ็นเซอร์ที่ให้คุณภาพไฟล์ที่ดีกว่า จึงเหมาะกับวันที่ต้องการงานเน้นคุณภาพ เช่นการใช้งานในที่ Indoor รวมถึงที่แสงน้อย แต่ก็ควรใช้ควบคู่กับไม้เซลฟี่เพราะระยะโฟกัสค่อนข้างไกล ควรถือให้ห่างจากใบหน้าหรือวัตถุไม่น้อยกว่า 50 ซม. เพื่อให้โฟกัสได้คมชัด

Mod 1-inch Leica มีระยะโฟกัสที่ค่อนข้างไกล สื่อต่างชาติบอกว่าระยะชัดจริงๆ อยู่ที่ 1 เมตร แต่ระยะที่ชัดในเกณฑ์รับได้คือ 50 ซม. ถ้าจะใช้งานแบบรีดประสิทธิภาพจึงเหมาะสำหรับถือถ่ายคนอื่นมากกว่าจะใช้เซลฟี่

แม้ว่าการทดสอบแบบจบหลังกล้องดูเหมือนว่า Module 1-inch Leica แทบไม่ต่างกับ GoPro HERO 8 เลย แต่ถ้าดูในจอใหญ่เทียบเนื้อไฟล์กันอย่างจริงจังแล้วจะพบว่า Module 1-inch Leica ให้คุณภาพที่ดีกว่าพอตัว และด้วยเหตุนี้เองทำให้เราสามารถปรับแต่งไฟล์ดึงแสงสีได้ดี ผลลัพธ์ที่ได้จึงสวยงามใกล้เคียงกับพวกกล้องประเภทอื่นๆ ที่มีเซ็นเซอร์และการประมวลผลที่ดีกว่า เมื่อหักลบข้อดีและข้อเสียก็นับว่าเป็นกล้องสำหรับถ่ายวีดีโอที่ดีมากๆ

ส่วนการเชื่อมต่อกับไมค์บลูทูธ ผมได้ลองใช้คู่กับ AirPods Pro และพบว่าเสียงแตกไม่น่าฟัง พอไปหาข้อมูลที่ Insta360 Community ก็น่าแปลกใจตรงที่การเชื่อมต่อไมค์บลูทูธนั้นไม่ได้รองรับกับหูฟังทุกตัว อย่างเช่นการจับคู่กับ AirPods รุ่นแรกทำได้ไร้ที่ติ แต่บางคนพบปัญหากับ AirPods Pro รวมถึงผมด้วย

การถ่ายโอนไฟล์เป็นเรื่องที่ดีงามมาก เพราะตอนนี้ผมมี GoPro HERO 8 ที่เชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi ซึ่งส่งไฟล์ช้ามาก ส่วน OSMO Pocket ก็ถ่ายโอนไฟล์เร็วหน่อยเพราะเสียบสายได้ ซึ่ง Insta360 One R สามารถเชื่อมต่อได้ทั้งแบบเสียบสายและ Wi-Fi ทำให้มีความยืดหยุ่นสูงมาก และการที่มี Module 1-inch Leica ที่ถ่ายวีดีโอได้ความละเอียดสูงถึง 5.3K ก็ยิ่งทำให้ไฟล์มีขนาดใหญ่ ถ้าจะส่งผ่าน Wi-Fi ก็ต้องใช้เวลานานมาก ดังนั้นการเสียบสายโอนไฟล์ได้จึงเป็นสิ่งดีงามมาก

และการที่สามารถเสียบสายโอนไฟล์ได้โดยตรง ทำให้สามารถเอาไปตัดต่อบน Android หรือ iPad Pro ได้สะดวก

แม้ว่า Insta360 One R จะมีโหมดเสียบสายเชื่อมต่อ iOS ได้โดยตรง แต่จากการทดสอบพบว่าต้องเสียบแบบ USB-C to USB-C เท่านั้น นั่นหมายความว่า ณ ปัจจุบันจะเสียบสายโอนไฟล์ได้เฉพาะ iPad Pro 2018 และ iPad Pro 2020 ส่วนรุ่นอื่นๆ ต้องใช้วิธีโอนไฟล์ผ่าน Wi-Fi

บทสรุปรีวิว Insta360 One R

ตั้งแต่ถลำตัวก้าวเข้าสู่กล้องขนาดพกพาอย่าง Xiaomi Yi Action Cam เมื่อหลายปีก่อน ผมก็ซื้อกล้องประเภทนี้อีกหลายตัว แต่ด้วยข้อจำกัดทางเทคโนโลยีและราคา ทำให้ไม่เคยมีกล้องตัวไหนเลยที่ดีพอสำหรับงานของผม ส่วนใหญ่จะตายในที่แสงน้อย แค่เดินเข้าห้างหรือเปิดเข้าประตูบ้านก็เริ่มแย่แล้ว จะดีหน่อยก็ OSMO Pocket แต่นั้นก็มุมมองแคบและควบคุมยากไปหน่อย ต่ออุปกรณ์เสริมก็ใช้งานไม่สะดวก หรือถ้าเป็นกล้องประเภท 360 องศาที่เคยลองมาหลายตัวก็ได้เรื่องความสนุกแต่เนื้อไฟล์แย่มาก และก็ตัดต่อยากมาก

ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกแก้ไขด้วย Insta360 One R เพียงตัวเดียว ทำได้ครบทุกความต้องการไม่ว่าจะเรื่องเล่นเอาสนุก งานครีเอทีฟ หรือถ่ายเอาคุณภาพ และยังตัดต่อได้ง่ายอีกด้วย ซึ่งการตัดต่อนับเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับกล้อง 360 องศา และแอปก็เก่งพอที่จะช่วยให้ทำงานง่ายและรีดประสิทธิภาพของกล้องออกมาได้เป็นอย่างดี

Tags:

แสดงความเห็น

เพิ่มความเห็น

Review Ventures
Logo
Shopping cart