ทำขนมปังชีสแบบซิสเลอร์กินกันเถอะ


สวัสดีค่ะท่านผู้อ่านทุกๆท่าน วันนี้พลอยมากับอาหารที่เชื่อว่าเกือบทุกท่านต้องชอบอย่างแน่นอน ซึ่งนั่นก็คือ “ขนมปังชีส” สไตล์ซิสเลอร์ หรือ “ขนมปังซิสเลอร์” นั่นเองค่ะ อยากจะบอกว่าเจ้าขนมปังชีส หรือขนมปังซิสเลอร์เนี่ย เป็นอาหารที่ควรค่าแก่การทำเป็นของกินเล่นสำหรับครอบครัว ในวันหยุดอันแสนสุขสันต์ และนั่งดูทีวีพร้อมๆกันเป็นอย่างมากเลยล่ะค่ะ

เรื่องของเรื่องก็คือปกติแล้วพลอยค่อนข้างจะชอบในตัวขนมปังซีสเลอร์อยู่แล้วค่ะ (เรียกว่าเลิฟเลยก็ว่าได้) ครั้นช่วงนี้จะให้ไปกินที่ร้านก็รู้สึกว่าบรรยากาศไม่ได้เหมาะแก่การนั่งผ่อนคลายยาวๆ อย่างมีความสุขเหมือนที่ผ่านๆ มา พลอยเลยได้ไปลองค้นหาวิธีการ และเทคนิคในการทำจากอินเทอร์เน็ต ซึ่งก็ได้ค้นพบว่า มีวิธีการทำเจ้าขนมปังสูตรนี้อย่างหลากหลาย และแต่ละบ้านก็จะปรับสูตรให้เหมาะกับวัตถุดิบ อุปกรณ์ ให้เหมาะกับบ้านตัวเอง หรือปรับสูตรให้เหมาะกับความชอบของตัวเองกันไปค่ะ (ซึ่งนี่ก็เป็นอีกหนึ่งสเน่ห์ของอาหาร Homemade ที่พลอยชอบและรู้สึกอบอุ่นไปกับมันมากๆค่ะ)

ทำขนมปังซิสเลอร์ด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน

สำหรับสูตรของวันนี้นะคะ พลอยได้ปรับให้เข้ากับวัตถุดิบที่หาได้ง่ายจากแถวบ้าน สามารถทำได้ง่ายจากหม้อทอด (อีกแล้ว… พลอยขอยกให้หม้อทอดเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่วิเศษที่สุดในโลก รองมาจากเครื่องสำอางเลยค่ะ อิอิ) ส่วนใครที่สามารถหาวัตถุดิบได้ใกล้เคียงกับสูตรต้นฉบับ (พาร์เมซานชีสขูด) แล้วก็ขอให้ใช้แบบเดียวกับสูตรต้นฉบับเลยนะคะ หรือใครที่อยากลองพาร์เมซานชีสแบบผงก็สามารถทำตามพลอยได้เลยค่ะ

[wpsm_titlebox title=”Tips” style=”main”]
เมื่อทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ควรรีบรับประทานให้หมดตั้งแต่ตอนที่ตัวขนมปังและหน้าชีสยังกรอบๆ เนื้อขนมปังยังอุ่นๆ ร้อนๆ อยู่นะคะ เพราะหากเก็บไว้จนกระทั่งขนมปังนิ่มและเย็นตัวลง หากถูกนำมาทอดใหม่ หรือเวฟใหม่ ถึงจะกรอบขึ้นมาได้ ก็มีสัมผัสและรสชาติที่ไม่อร่อยเท่ากับตอนทำเสร็จใหม่ๆ แล้วค่ะ
[/wpsm_titlebox]

วัตถุดิบที่ต้องเตรียม

ขนมปังชีส - ทำขนมปังชีสแบบซิสเลอร์กินกันเถอะ

ขนมปังรอยัลเบรด / ขนมปังแพ 5 แผ่น

ใช้ตามจำนวนที่ต้องการรับประทาน (พลอยทำ 5 แผ่นค่ะ) แนะนำว่าให้ใช้ขนมปังแพแบบที่ซื้อมาตัดแบ่งเองนะคะ เพราะขนมปังที่ยังไม่ถูกตัดแบ่งออกมา จะทำให้มีความหนานุ่ม อิ่มฟู น่ารับประทานกว่ามากค่ะ (ข้อมูลเท่าที่ทราบ ณ ตอนนี้คือสามารถหาซื้อได้จากแม็คโครนะคะ ท่านใดมีพิกัดอื่นๆ อีก รบกวนบอกบุญทีนะคะ ต้องการทราบเช่นกันค่ะ กราบ…) หรือจะใช้ขนมปังรอยัลเบรดแบบพลอยก็ได้ค่ะ เน้นชิ้นใหญ่ หนา นุ่ม ฉีกออกมาแล้วเนื้อเหนียวนุ่มสะใจ แต่จริงๆ แล้วสำหรับใครที่ชอบแบบบางกรอบ ก็สามารถใช้ขนมปังไร้ขอบแผ่นบางมาทำก็ได้เหมือนกันนะคะ อร่อยไปอีกแบบ แต่ต้องแอบระวังชีสทะลักลงด้านล่างนิดหนึ่งนะคะ อาจต้องทาชีสให้บางลงมากว่าที่ทากับขนมปังแผ่นใหญ่หน่อย

พาร์เมซานชีส 170 กรัม.

สำหรับพาเมซานชีส ถ้าจะให้ดี ให้ปัง ตามสูตรของต้นฉบับต้องใช้แบบขูดเป็นชิ้นๆ นะคะ ไม่ใช่แบบผง เพราะแบบขูดจะให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มกว่า หนึบกว่า หอมกว่า ดีกว่า และยิ่งถ้าเอาไปจี่กับกระทะ จะกลายเป็นหน้าฟิล์มสวยมันเงาเลยทีเดียว ส่วนตัวพลอยใช้พาร์เมซานชีสแบบผงค่ะ เพราะสามารถหาได้ง่ายจากแถวบ้านจึงเลือกใช้วัตถุดิบนี้ สำหรับพาร์เมซานชีสแบบผงนี่ก็จะให้ความกรอบ ความ Crispy ดีมาก ใครที่ชอบกรอบๆ Crispy สัมผัสแบบชีโตสนี่น่าจะถูกใจยกใหญ่แน่ๆ เลยค่ะ อร่อยกันไปคนละแบบนะคะ (แต่ดีทั้งคู่นะ ชอบทั้งคู่เลย)

เนยจืด 50 กรัม

สำหรับเนย ตามสูตรของต้นฉบับแล้วต้องใช้เนยจืดนะคะ ส่วนพลอยเลือกใช้เนยเค็มค่ะ เพราะส่วนตัวชอบให้มีความเค็มละมุนแทรกนิดๆ

วิธีทำ

1.ละลายเนยด้วยความร้อนให้เนยเหลว พลอยทำโดยการนำไปใส่ไมโครเวฟ ไฟอ่อน ประมาณ 2-3 นาที

ขนมปังชีส - ทำขนมปังชีสแบบซิสเลอร์กินกันเถอะ

2.นำพาเมซานชีสมาผสมกับเนย ใช้ส้อมคนๆ ยีๆ ให้เข้ากัน

ขนมปังชีส - ทำขนมปังชีสแบบซิสเลอร์กินกันเถอะ

3.เมื่อเนยและชีสเข้ากันอย่างดีแล้ว ให้นำมาทาลงบนขนมปัง ของพลอยจะเน้นทาเป็นชั้นหนาๆ (หนาประมาณ 3 มิล.) เลยค่ะ

ขนมปังชีส - ทำขนมปังชีสแบบซิสเลอร์กินกันเถอะ

4.ลงทอดด้วยหม้อทอดไร้น้ำมันด้วยไฟ 180 °C / 5 นาที หรือหากใครสะดวกจะใช้จี่หน้าขนมปังลงบนกระทะ และใช้พาเมซานชีสแบบขูดด้วยแล้วล่ะก็จะยิ่งได้ฟีลแบบสูตร Original เลยค่ะ เพราะขนมปังจะออกมาเป็นฟน้าฟิล์มสวยๆกรอบๆเลย

ขนมปังชีส - ทำขนมปังชีสแบบซิสเลอร์กินกันเถอะ

5.เมื่อเสร็จแล้ว นำขนมปังของเราขึ้นมาพักไว้ จะตัดเป็นชิ้น 3 เหลี่ยม หรือจะไม่ตัดก็ได้ค่ะ ตามชอบเลย

ขนมปังชีส - ทำขนมปังชีสแบบซิสเลอร์กินกันเถอะ

6.กินได้เลยค่ะ เย้!

ขนมปังชีส - ทำขนมปังชีสแบบซิสเลอร์กินกันเถอะ

เสร็จแล้วค่ะสำหรับ “ขนมปังชีส” สไตล์ซิสเลอร์ หรือ “ขนมปังซิสเลอร์” ในแบบของเรา ง่ายมากเลยใช่ไหมล่ะคะ หากใครได้ลองทำตามแล้วมาคอมเมนต์บอกกันด้วยนะคะว่าถูกใจไหม

ขนมปังชีส - ทำขนมปังชีสแบบซิสเลอร์กินกันเถอะ

หรือผู้อ่านท่านใดที่ไปลองเพิ่มนั่นนิด นี่หน่อย แล้วทำให้อร่อยมากขึ้น รสชาติมีมิติมากขึ้น ก็อย่าลืมมาแชร์สูตรบอกกันด้วยนะคะ

…เพราะความอร่อยของแต่ละคนไม่เหมือนกัน อีกทั้งสเน่ห์และเอกลักษณ์ที่ทำให้เมนูนั้นๆ ไม่ตายจากไป ก็คือการพลิกแพลงเมนูอาหารอย่างมีศิลปะนั่นเองค่ะ

สำหรับวันนี้พลอยก็ต้องขอลาผู้อ่านทุกท่านไปก่อนนะคะ ขอบพระคุณสำหรับการติดตามค่ะ ไว้พบกันใหม่บทความหน้าและวีดีโอหน้านะคะ สวัสดีค่า

Leave a Comment